ความนิ่งเฉยของรัฐบาล กับหมอกควันพิษเหนือเชียงใหม่

 

IMG_7697.1

หากคุณเป็นคนช่างสังเกต

เวลาอยู่บนเครื่องบิน ก่อนเครื่องจะแล่นลงจอดในจังหวัดที่มีปัญหาเรื่องหมอกควันพิษ

โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศช่วงนี้

ลองมองออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งที่เห็นชัดเจนคือ

เส้นแบ่งชัดเจนระหว่างท้องฟ้าใสกับหมอกควันพิษสีเทาที่ปกคลุมพื้นที่เบื้องล่าง

 

หมอกควันพิษเหล่านี้คือ ละอองลอย (aerosol) คือ

ของผสมประเภทที่ประกอบด้วยอนุภาคของแข็งหรือของเหลว

ที่เป็นละอองฟุ้งกระจายในอากาศ หรือที่เราเรียกกันว่า ฝุ่น หรือ ฝุ่นละออง

ปัญหาหมอกควันพิษ เป็นปัญหาใหญ่ของมหานครระดับโลก และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่า

มีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศปีละประมาณ 7 ล้านคน จากโรคหัวใจ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคเส้นเลือดในสมอง และโรคทางเดินหายใจ

เป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว มีปรากฎการณ์สำคัญเหนือเชียงใหม่และเกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือที่เกิดเป็นประจำ

แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีหน่วยงานออกมาส่งสัญญาณเตือนภัย  หรือแก้ไขปัญหาอะไรเลย

คือปัญหาหมอกควันพิษ

S__22470741

 

หากคุณอยู่ในจังหวัดแถวภาคเหนือเวลานี้ ลองออกไปเดินตามท้องถนนรู้สึกได้เลยว่า

แสบจมูกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับเกียรติสูงสุดหลายวันติดต่อกัน ในฐานะเมืองที่มีมลพิษทางอากาศมาก

อันดับหนึ่งของโลก

IMG_8227

ปัญหาหมอกควันพิษเกิดขึ้นในภาคเหนือเกิดขึ้นมานานแล้ว จากการเผาป่า เผาพืชไร่ภาคการเกษตร

แล้วลุกลามเข้าไปในป่า ที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงเวลานี้

และนับวันจะเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่บริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่

ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวโพดพบพื้นที่มหาศาลหลายหมื่นไร่ทางภาคเหนือ

ทำให้ชาวไร่จำเป็นต้องเผาไร่หลังจากเก็บเกี่ยว เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกครั้งต่อไป

ยิ่งพื้นที่ราบทางภาคเหนือหลายแห่งที่เป็นแหล่งอาศัยของผู้คนมีสภาพเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง

ทำให้หมอกควันพิษระบายออกได้ยาก มลพิษทางอากาศจึงเกิดการสะสมตัวในปริมาณมากระดับ PM 2.5

จึงสูงขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพคนทั่วไป

53271386_10205992264442106_607156071819116544_n

PM ย่อมาจาก “particulate matter” คือฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว ขนาดไม่เกิน2.5 ไมครอน

เล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์

เล็กมากจนขนจมูกหรือหน้ากากอนามัยสีเขียวทั่วไป ไม่สามารถกรองละอองพิษได้

จึงสามารถหลุดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอดและกระแสเลือด

โดยตรงก่อโรคระบบทางเดินหายใจ หลอดเลือด หัวใจและมะเร็งในระยะยาว

S__22470738

ดัชนีคุณภาพอากาศตามมาตรฐาน ฝุ่นละออง PM 2.5

ไม่ควรจะเกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามมาตรฐานโลกถึงจะปลอดภัย 

(แต่กรมควบคุมมลพิษใช้มาตรฐาน ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม เพราะต้องเอาเรื่องเศรษฐกิจมาคำนวณด้วย

แสดงว่าร่างกายคนไทยแข็งแรงกว่าชาวโลกโดยปกติ)

แต่หลายแห่งในภาคเหนือ ตรวจวัด PM 2.5 มีค่าสูงเกือบ 200 มากกว่าระดับปกติเกือบ 8 เท่า

53509506_2245232935540297_8338846354289721344_n

อันตรายขนาดนี้แล้ว  ดูเหมือนผู้มีอำนาจไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก ที่จังหวัดเชียงใหม่

ชาวบ้านถึงประกาศว่า ตามหาคนหาย คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด

ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆในพื้นที่ไปดับไฟป่าตามมีตามเกิด จนต้องขอรับบริจาคเครื่องไม้เครื่องมือ

ข้าวปลา อาหาร หน้ากากกันพิษ จากชาวบ้านทั่วไป

ผู้เขียนประทับใจมากกับการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

53611056_466659977205151_1253963990384508928_n

ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว และสถานีดับไฟป่า ที่ทำงานดับไฟป่าทั้งวันทั้งคืน

โดยมีชาวบ้าน ชาวอำเภอมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ทำงานอย่างเหนื่อยยาก เพราะไฟป่ามากเหลือเกิน เกินกำลังของคนจำนวนน้อย

ตกกลางคืนยังเห็นรอยไฟป่าลามไปตามภูเขาคดเคี้ยวเป็นทางยาว

คล้ายสร้อยคอสีแดงเพลิงตัดกับความมืดของรัตติกาล

เพื่อนเชียงดาวบอกว่า เป็นไฟป่าจากการเผาไร่ข้าวโพดแล้วลุกลามเข้าไปในป่า พอลมพัดแรง ก็ลามไปอย่างรวดเร็ว ยากลำบากในการควบคุมไฟป่า เพราะพื้นที่ป่าบางแห่งเป็นหน้าผาสูงชัน

 

53287861_10212740375333865_4745707453537058816_n

ไฟป่าภาคเหนือปีนี้มากจริง ๆ 

แต่รัฐบาลก็ไม่ได้สนใจที่จะกระตุ้นหรือเร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทำงาน

เพราะทุกลมหายใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องหมอกควันพิษ แต่เป็นลมหายใจแห่งอำนาจ

ว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่

ชาวบ้านโดยรวมก็เดือดร้อนก่อนใคร ปล่อยให้ทุกอย่างไปตามยถากรรมจริง ๆ

ทั้ง ๆ ที่สิทธิในการสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยไม่เคยยอมรับว่า มลพิษทางอากาศเป็นวิกฤติใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไข

หากใช้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อย ๆ อาทิ ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ฉีดน้ำ

รอให้ฝนตก หรือให้ไฟป่าหมดไปเอง

พอมีข่าวใหญ่ออกทางสื่อวิจารณ์รัฐบาลว่าไม่ทำอะไร ก็จัดอีเว้นท์ขึ้นทันที

มีภาพระดมเจ้าหน้าที่ออกดับไฟป่า

พอไม่มีคนโวยวาย ข่าวหมดไป ก็เงียบ

สนใจแต่การหาเสียงเลือกตั้ง และตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป

 

รัฐบาลไทยไม่เคยสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างถ่องแท้ ใช้วิธีลูบหน้าปะจมูกมาโดยตลอด

ไม่เคยมีมาตรการระยะยาวใด ๆ ออกมา

อย่าโทษใครเลย นอกจากตัวเอง ที่ไม่รู้จักออกมาปกป้องสิทธิการหายใจของตัวเอง

 

ขอขอบคุณ แหล่งภาพ จากชาวเชียงใหม่ที่ไม่ประสงค์ออกนามหลายท่านครับ

หมายเหตุ

กลุ่มม่วนใจ๋ และภาคีเครือข่าย รักษ์ล้านนา เขียวสดใส แก้งค์ถิ่นนิยม

ขอรับบริจาควัสดุ อุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าเชียงดาว ดังนี้

  1. หน้ากากอนามัย
  2. ถุงมือผ้า
  3. อาหารแห้ง (สะดวกในการกิน)
  4. ข้าวสาร
  5. เกลือแร่ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง
  6. เงินบริจาค เพื่อจัดซื้อชุดป้องกันไฟ /เครื่องเป่าใบไม้/และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

เลขที่บัญชี 471-2-41062-6  ธ.กสิกรไทย น.ส.ชลธิชา ชูจิตร

ติดต่อร่วมสนับสนุนสิ่งของ

คุณธีรวัฒน์  เสื้อมา

ม่วนใจ๋ | กลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีธรรมชาติเชียงดาว

182 หมู่ 5 ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 50170

โทร. 095-496-2556

53698516_10157253032904756_1799725647895986176_n

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: