จากการถล่มปิดล้อมเลนินกราด ถึงสมรภูมิเคียฟ

หลายปีก่อน ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนกรุงเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย  อดีตเมืองหลวงเก่า และเป็นบ้านเกิดของวลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ประธานาธิบดีผู้ปกครองประเทศมายาวนานร่วมยี่สิบปี

นครแห่งนี้สร้างโดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1713-1918 และภายหลังจากการปฎิวัติรัสเซียในปีค.ศ. 1917 พรรคบอลเชวิคได้ย้ายเมืองหลวงไปที่กรุงมอสโก  และได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น เลนินกราด เพื่อรำลึกถึงนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ผู้สามารถโค่นล้มพระเจ้าซาร์ลงได้สำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นชื่อเดิมเมื่อไม่นานมานี้

Continue reading “จากการถล่มปิดล้อมเลนินกราด ถึงสมรภูมิเคียฟ”

เดินป่ากับนางสิงห์เฝ้าป่า วัย 91 รตยา จันทรเทียร

“หัวใจอยากเดินต่อ แต่ขาเตือนสติว่าพอแล้ว”

ไม่แปลกใจนัก หากคำพูดนี้มาจากคนทั่วไปที่กำลังเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล

แต่บนความสูงในระดับพันกว่าเมตร กลางดงป่าสน ระหว่างทางสู่ยอดดอยหลวงเชียงดาว  อาจารย์รตยา จันทรเทียรในวัย 91 บอกกับผู้เขียนและคณะที่ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจ

ใครจะคิดว่า จะมีผู้ใหญ่วัยเกือบร้อย หัวใจแกร่งมาเดินขึ้นภูเขาสูงอันดับสามของประเทศ

……………..

Continue reading “เดินป่ากับนางสิงห์เฝ้าป่า วัย 91 รตยา จันทรเทียร”

จากแอร์โฮสเตสสู่นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้

ตลอดระยะเวลาร่วมสามสิบปี คุณเอื้อย พรรณประภา ตันติวิทยาพิทักษ์ ใช้ชีวิตอยู่บนท้องฟ้าและเดินทางไกลมากกว่าผู้คนจำนวนมาก ในฐานะพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือแอร์โฮสเตส

หากนับเป็นระยะทางของอาชีพนี้ คุณเอื้อยคงโบยบินไปทั่วโลกมาหลายล้านกิโลเมตร

จนกระทั่งเมื่อวัยห้าสิบเริ่มต้น เธอได้เลือกเส้นทางชีวิตแบบใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพเดิมเลย คือนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้

Continue reading “จากแอร์โฮสเตสสู่นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้”

ทางม้าลาย กับความเหลื่อมล้ำ

เมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อน ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์เช่ารถขับไปตามท้องถนนในประเทศออสเตรเลีย

 ผ่านป่า ผ่านอุทยาน เขตเมือง เขตชนบท ตลอดระยะทางจะเห็นสองข้างทางมีป้ายจำกัดความเร็ว แตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปในสถานที่ชุมชน หมู่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาลจะเห็นป้ายบอกความเร็วปักอยู่ข้างถนนถี่มาก

จาก 60 ค่อย ๆเหลือ 40   30   กม.ต่อชม.  และสังเกตว่า รถทุกคันจะชะลอความเร็ว ไม่มีคันใดขับแซงขึ้นมา

Continue reading “ทางม้าลาย กับความเหลื่อมล้ำ”

บอกลาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

หากใครมีโอกาสแวะไปตามอุทยานต่าง ๆ จะพบว่า มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ปาลดน้อยลงผิดสังเกต

จุดตรวจ จุดเฝ้าระวัง หรือหน่วยพิทักษ์ป่าในพื้นที่หลายแห่ง ก็ปราศจากเจ้าหน้าที่คอยดูแล

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างชั่วคราวของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  เป็นกำลังสำคัญทำหน้าที่เฝ้าป่า ปกป้องผืนป่าแทนคนทั้งประเทศ

Continue reading “บอกลาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า”

เมื่อไก่ต้องมีบ้าน

ไก่เป็นอาหารโปรตีนราคาถูก คนทั่วโลกนิยมกินมากที่สุด ประมาณว่าไก่ในโลกนี้มีประมาณ 26,000  ล้านตัว เรียกได้ว่า ไก่เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก

ประเทศเลี้ยงไก่มากที่สุดคือ จีน 5 พันล้านตัว  ส่วนบ้านเราเลี้ยงไก่ปีละประมาณ 300 ล้านตัว เกือบทั้งหมดมีชีวิตสั้นประมาณหนึ่งเดือน ก่อนจะกลายเป็นอาหารของมนุษย์

ไม่น่าแปลกใจที่เวลาเราเดินทางไปที่ไหนทั่วโลกจะเห็นไก่อยู่แทบทุกหนแห่ง

แต่เชื่อหรือไม่ ไก่ที่กระจายไปอยู่ทั่วโลกหลายหมื่นล้านตัว มีจุดกำเนิดมาจากไก่ป่าแถวเอเชีย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เอง และเมื่อประมาณสี่ห้าพันปีก่อนมนุษย์ได้เริ่มเอาไก่ป่าไปเลี้ยงเป็นอาหาร เพาะพันธุ์จนได้ไก่หลายชนิดกระจายไปทั่วโลก

หนึ่งในสายพันธุ์ไก่ที่เรารู้จักดีคือ ไก่แจ้

Continue reading “เมื่อไก่ต้องมีบ้าน”

บรูซ แกสตัน “เล่นทั้งตัว ทำอะไร ทำทั้งตัว”

“ ช่วงราวปี 2524 ยุคที่ทุกบ้านนั่งล้อมรอบดูทีวีจอตู้เล็ก ๆ ตอนนั้นรายการ “ครอบจักรวาล” ของม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นรายการโด่งดังมากในยุคนั้น ได้นำวงดนตรีไทยแปลก ๆ วงหนึ่งมาออกรายการ มีฝรั่งหนุ่มชาวอเมริกันคนหนึ่งกับครูดนตรีไทยอาวุโสเล่นดนตรีด้วยกัน โอโห…วงนี้แปลกจัง ดูนักเปียโนคนนั้นสิ เขาเล่นได้อย่างไรกัน เสียงประสานกับแนวทำนองที่สอดรับกับเครื่องดนตรีไทยที่ฟังแปลกประหลาด แต่ไพเราะมีเสน่ห์ เสียงดนตรีเคลื่อนไหวอย่างมีพลังซ่อนเร้น แต่อธิบายไม่ได้…

Continue reading “บรูซ แกสตัน “เล่นทั้งตัว ทำอะไร ทำทั้งตัว””

14 ตุลาคม 2516 จากบันทึกของเด็ก 12 ขวบ

พ.ศ. 2516 ผู้เขียนอายุ 12 ปี กำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมฯ ปีที่ 7 (ม. 1 ปัจจุบัน) โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เป็นปีแรกที่เริ่มใช้สมุดไดอะรีเล่มเล็กจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน และมีอีกเล่มหนึ่งเป็นสมุดขนาด 8 หน้ายก สำหรับตัดแปะภาพเหตุการณ์สำคัญจากหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วงเวลานั้น

.สี่สิบกว่าปีผ่านไปผู้เขียนหยิบสมุดบันทึกสองเล่มนี้มาปัดฝุ่น ค่อยๆ เปิดทีละหน้าเพราะความกรอบของเนื้อกระดาษ อ่านอย่างละเอียดแล้วก็นึกแปลกใจ รู้สึกขำๆ กับสิ่งที่ได้อ่าน เพราะส่วนใหญ่เป็นการบันทึกเรื่องราวและทัศนะทางการเมืองในสายตาของเด็กชายผู้ได้ยิน ได้เห็น ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

.26 สิงหาคม 16วันที่ 21 และ 22 มิถุนายน เป็นวันที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึกไว้ เพราะเป็นวันแห่งการรวมพลังต่อสู้ครั้งสำคัญของบรรดานักศึกษา นิสิตจากทุกมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดบางส่วน เนื่องจากหนังสือ มหาวิทยาลัยยังไม่มีคำตอบ ได้เขียนกระทบกระเทือนถึงบุคคลในรัฐบาล ดร. ศักดิ์ ผาสุขนิรันต์ (อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง) ได้ตั้งกรรมการสอบสวน แล้วให้ลบชื่อนักศึกษาออกเก้าคน ทำให้ไม่เป็นที่พอใจของนิสิต จึงได้ทำการประท้วง ดร. ศักดิ์ และในที่สุดนิสิตเก้าคนก็ได้กลับไปเรียนตามเดิม

“เหตุการณ์ที่ฉันต้องจารึกไว้ในสมองจนวันตาย” วันที่ 8-13 ต.ค. นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นักเรียนช่างกล ช่างก่อสร้างต่างๆ ได้มาทำการร่วมประท้วงรัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ถนอม กิตติขจร โดยรัฐบาลได้ทำการจับกุมคน 13 คน ที่ได้เรียกร้องรัฐธรรมนูญโดยการถือป้ายไปตามที่ต่างๆ พอถึงเที่ยงวันที่ 13 เวลา 12.00 น. นักศึกษาประชาชนได้เดินทางจากธรรมศาสตร์จำนวน 5 แสนคนมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายใต้การนำของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้เปิดการอภิปรายโจมตีด่าว่ารัฐบาลดุเดือด จนเวลาตี 4 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้ผู้แทนนิสิตเข้าเฝ้า มีด้วยกันเก้าคน และพระราชทานพระบรมราโชวาทมีใจความตอนหนึ่งว่า “คนที่เป็นผู้ใหญ่นั้นเขามีประสบการณ์ ส่วนคนหนุ่มสาวมีแรงพลัง ทั้งร่างกายและความคิด ถ้าหากมาปรองดองสมัครสมานกัน ทำงานอย่างพร้อมเพรียง ไม่ผิดใจ แคลงใจกัน การบ้านเมืองจะดำเนินไปด้วยดี นิสิตนักศึกษาก็เป็นผู้ได้รับการเลือกเฟ้นมาแล้วว่า มีสติปัญญาและความคิด จึงควรจะรับฟังความรับผิดชอบชั่วดี”

.14 ตุลาคม 2516 วันเศร้าสะเทือนใจ (วันมหาวิปโยค) จุดชนวนจลาจลเวลาก่อนรุ่ง นักเรียนจำนวนหนึ่งเดินมาถึงบริเวณถนนราชวิถี ถูกปิดกั้นโดยตำรวจ และในที่สุดจึงเกิดการปะทะกันขึ้น และเป็นชนวนจลาจล มีคนตาย และการต่อสู้ได้เริ่มขึ้น เผาตึก กตป. กองสลากฯ กรมประชาสัมพันธ์.15 ตุลาคม 2516 เผากองบัญชาการตำรวจนครบาล พลเรือนได้ชัยชนะ รัฐบาลชุดเก่าลาออก สามคนหนีไปนอก

.14, 15, 16, 17 ตุลาคม 2516 วันสะเทือนใจ ฉันคิดว่ามันเป็นวันที่ฉันต้องจดจำไว้ในสมองของฉันตลอดชีวิต ฉันเศร้าใจที่มีการฆ่าหมู่เหมือนไม่ใช่คนไทย ปืนกลกราดใส่นักเรียนอย่างไม่ใช่คน ทำยังกับเป็นผักปลาดีใจเพราะได้ทำการไล่สองหมา หนึ่งคน ออกไปนอกประเทศ แผ่นดินไทยได้เบาขึ้นอีกเป็นกอง เงินของมันน่าจะเอาไปชดใช้บูรณะสิ่งที่ถูกทำลายไปเห็นนักเรียนช่างกล 60 คนถูกฆ่าตายเหมือนใบไม้ร่วงเห็นนักเรียนช่างกลขับรถเมล์ รถขนขยะ ชนรถถังจนตัวตายเห็นนักเรียนช่างกลมัดมือกันไว้ 10 กว่าคน ยืนขวางรถถังจนตายเห็นนิสิตถือกระบองสู้ทหาร 22 คน จนถูกยิงเอวเกือบขาดเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ไอ้เล็กขับบินไปกราดฝูงชนในสนามหลวงและธรรมศาสตร์เห็นทหารถือ M16 กราดยิงเด็กนักเรียนเศร้า สมเพช สะเทือนใจ เศร้าใจจนเขียนบรรยายเป็นความรู้สึกเกือบไม่ได้.ฉันเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าถ้าตนเป็นผู้ใหญ่แล้วคงจะต้องต่อสู้เคียงไหล่เคียงบ่ากับพวกนั้นจนบาดเจ็บหรือตายน่าสังเกตว่าทำไมนายทหารเมืองไทยจึงโลภมากอย่างไม่รู้จักพอ

.21 ตุลาคม 16 ทำไม จึงห้ามมิให้ข้าราชการมีตำแหน่งในบริษัทต่างๆ แต่ธนาคารมีได้

ทำไม เมื่อไม่พอใจจึงปฏิวัติ

ทำไม จึงต้องมีตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดกับนายกรัฐมนตรีเป็นคนเดียวกัน

ทำไม จึงต้องมีการต่ออายุราชการกันทำไม จึงต้องมีที่ดินเยอะๆทำไม จึงต้องเรียกตำรวจว่านาย

ทำไม เขาจึงทำตัวไม่ใช่คน.

อย่า ให้มี ส.ส. มือเน่ามาในกลุ่ม ส.ส. อย่าให้มีตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด อย่าให้ใช้ตำแหน่งข้าราชการมาหากิน อย่าให้มี ส.ส. หางว่าว อย่าให้มีข้าราชการทุจริตเข้ามาใช้อำนาจอันไม่เป็นธรรม อย่าให้มีการติดสินบนเจ้าพนักงาน

อย่า ให้มีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่า ให้มีการปฏิวัติอีก

อย่า ให้มีคอร์รัปชันอย่า ให้มีการใช้อำนาจข่มเหงราษฎร

อย่า ให้มีการกักตุนสินค้า

อย่า ให้มีการเดินขบวนอีก อย่าให้คนไทยต้องฆ่ากันเอง.

22 ตุลาคม 16 ฉันคิดว่าถ้าทหารกับพลเรือนไม่มาก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน…เพราะถ้าให้ทหารมากุมอำนาจแล้ว ความเหลวแหลกตลอด 40 ปีที่ผ่านมาก็คงไม่หมดสิ้น เมื่อนายทหารไม่พอใจ ปฏิวัติ !ทหารทำตามคำสั่งเจ้านาย (นายทหาร) โดยเคร่งครัดไม่มีโอนอ่อนผ่อนปรน นายทหารทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเพื่อหวังประจบสอพลอ ทุเรศ !โกยเงินมาเป็นล้านๆ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้ว่าเอาไปใช้ทำอะไร ชั่ว !ประจบไป ประจบมา คอร์รัปชันไป คอร์รัปชันมา บ้านเมืองก็ล่มจม ถุย !คนโง่ทำอะไรโง่ๆ มันก็โง่ !.

บันทึกหน้าสุดท้ายเขียนไว้ว่า

“การต่อสู้เพื่อชีวิตของตนเองเป็นสิ่งที่ถูก แต่การต่อสู้โดยไม่มีความหวังเป็นการกระทำของคนโง่”จากภาพยนตร์เรื่อง กังฟู.

เยี่ยมบ้าน Charles Darwin

darwinhome01

“ผู้ที่จะอยู่รอดได้ ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งหรือฉลาดที่สุด
แต่คือผู้ที่ปรับตัวตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุดต่างหาก”

ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin)

Continue reading “เยี่ยมบ้าน Charles Darwin”

อสม. มดงานตัวจริง

ก่อนรัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์ครั้งล่าสุด ผู้เขียนได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มาที่บ้านพักในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 

ก่อนขึ้นเครื่องบิน ผู้เขียนได้ลงทะเบียนในแอปฯ CM-CHANA เพื่อเขียนรายละเอียด ที่อยู่บ้านพัก ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดใด หรือยังไม่ได้ฉีด ซึ่งผู้เขียนได้ฉีดวัคซีน AstraZeneca 1 เข็มแล้ว เมื่อลงจากเครื่องบิน มีเจ้าหน้าที่สนามบินเชียงใหม่มาตรวจสอบว่า ผู้โดยสารได้ลงทะเบียนเรียบร้อยหรือยัง ก่อนจะผ่านเข้าสู่อาคารด้านนอก ตามเงื่อนไขของทางการ หากฉีดวัคซีน AstraZeneca 1 เข็มเกิน 2 อาทิตย์ ถือว่ามีภูมิคุ้มกันได้ขึ้นมา 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องตรวจหาเชื้อ แต่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน 

Continue reading “อสม. มดงานตัวจริง”

การอยู่นิ่ง ไม่ใช่การยอมจำนน

เช้าวันหนึ่งช่วงปลายฤดูหนาว ผู้เขียนออกมาเดินเล่นบริเวณหน้าบ้าน

พลันได้ยินเสียงบางอย่างตรงพุ่มไม้ใกล้กับลำน้ำเล็ก ๆ เสียงดังขึ้นเป็นระยะและเห็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหวบนดิน

ผู้เขียนจึงแหวกพุ่มไม้ไปดูอย่างระวังตัว   ภาพที่ปรากฏคืองูตัวหนึ่งกำลังกัดขาคางคกข้างหนึ่งตรงริมน้ำ และออกแรงลากขึ้นฝั่ง

ขนาดของงูใหญ่กว่าคางคกพอควร

งูออกแรงลากคากคกขึ้นมา แล้วค่อยๆเขมือบขาคางคกเข้าปากมากขึ้น  คางคกออกแรงดิ้นสุดขีด

สะบัดตัวไปมาไม่ยอมให้ความตายค่อยๆคืบคลาน

ผู้เขียนมองดูด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้คิดจะช่วยชีวิตคางคก เพราะคิดว่านี่คือธรรมชาติของสัตว์นักล่า

มนุษย์ไม่ควรทำตัวเป็นพระเจ้าไปตัดสินว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยใคร

เราทำตัวเป็นแค่นักสังเกตการณ์เรียนรู้ชีวิตเหล่านี้เป็นบทเรียนอันมีค่ายิ่ง และปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามธรรมชาติ

เลือดค่อย ๆซึมไหลออกจากตัวคางคก ด้วยแผลจากคมเขี้ยวงูที่ฝังลงบนขา คางคกดูอ่อนแรงอ่อนล้า

มันพยายามตะกายตัวออกจากปากงู แต่ไม่สำเร็จ เรี่ยวแรงค่อย ๆ หมดไป

งูค่อยๆเขมือบขาข้างหนึ่งจนจมหายไปในปาก

คิดว่าคางคกคงรอดยาก เพราะมันเริ่มหยุดนิ่งราวหมดกำลัง

งูค่อย ๆ ขยับปากเพื่อกลืนตัวคางคกตัวอ้วนให้มากขึ้น

คางคกไม่สนองตอบหรือดิ้นรนอะไรอีก  บรรยากาศมีแต่ความเงียบไร้การต่อสู้ดิ้นรน

อาหารมื้อเช้าของงูสีน้ำตาลกำลังเริ่มบรรเลง

แต่ผิดคาด

ดวงตากลมคู่นั้นของคางคกยังคงเบิกตาโพลง ดวงตาสีดำดวงใหญ่ยังมีชีวิตชัดเจน

ระหว่างวินาทีความเป็นความตายของคางคก

การอยู่นิ่งดูเหมือนคือการเก็บแรงไว้สักพัก รวบรวมพละกำลังครั้งสุดท้าย รอคอยจังหวะเพื่อสู้กับการมีชีวิตให้อยู่รอด

ภาพที่เห็นติดตาคือ คางคกที่อยู่นิ่ง ๆ ได้สะบัดตัวอย่างแรงสุดขีดเพียงครั้งเดียวอย่างได้ผล  ขาของมันหลุดออกจากปากงูทันที

และคางคกกระโจนลงน้ำด้วยความรวดเร็วแหวกว่ายหายวับไปกับสายน้ำ

ขณะที่งูทำเหยื่อชิ้นใหญ่หายไป เลื้อยลับไปในพงหญ้า

ผู้เขียนเฝ้าดูการอยู่รอดของชีวิตคู่นี้ด้วยความตื่นเต้น

เหตุการณ์เกิดไม่กี่นาทีแต่รู้สึกยาวนานเหลือเกิน

งูล่าคางคกเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิต แต่คางคกดิ้นสุดขีดเพื่อเอาชีวิตให้รอด

เห็นความมุ่งมั่นในการเอาชีวิตให้รอดของสองตัว

ตัวหนึ่งออกแรงเพื่อล่าเหยื่อ

อีกตัวหนึ่งอยู่นิ่งเพื่อรอโอกาสรอดชีวิต

เห็นการอยู่นิ่งเงียบไม่ใช่การยอมจำนน

ความเงียบและการนิ่งเฉยจึงมิใช่ความพ่ายแพ้

แต่เป็นการรอคอยและสะสมพละกำลังเพื่อการต่อสู้ครั้งใหม่

เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นที่ยังมีความหวังเสมอกับการต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่

ขอมีเพียงลมหายใจ

ความหวังยังมีเสมอ

เป็นบทเรียนอันล้ำค่าจริงๆ

สำหรับการเริ่มต้นปีใหม่

การเข้าคิวและความยุติธรรมกลางหิมะ

ก่อนโควิดจะมาเยือน ซัปโปโร เมืองใหญ่อันดับห้าของประเทศญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโด เป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่อยากไปในช่วงเทศกาลหิมะ กินราเมนชื่อดังและดื่มเบียร์ซัปโปโร

ผู้เขียนมีโอกาสมาเยือนเกาะฮอกไกโดหลายครั้ง และนึกย้อนไปเที่ยวทิพย์บนเกาะแห่งนี้ จำความรู้สึกได้ดีถึงการไปเดินย่ำหิมะไปตามท้องถนนในอุณหภูมิลบสิบองศา และยืนรอไฟเขียวตรงสี่แยกด้วยความอดทนร่วมกับคนญี่ปุ่นอีกหลายคนกลางหิมะโปรยลงมาด้วยความหนาวเหน็บ แม้จะไม่มีรถขับผ่านเลย

ชีวิตผู้คนตามท้องถนน อาจจะสะท้อนวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นได้อย่างดี หากเราสังเกต

Continue reading “การเข้าคิวและความยุติธรรมกลางหิมะ”