ข้าวผัดปู

 

ข้าวผัดปูเป็นอาหารจานเดียวยอดนิยมที่กำลังมาแรง  

ร้านอาหารจานเดียวหลายแห่ง

มักจะขึ้นป้ายโฆษณาข้าวผัดปู

แทนที่จะขึ้นป้ายข้าวผัดกระเพรา

ข้าวผัดพริก 

หรือข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย

ราวกับว่า ข้าวผัดปูเป็นอาหารจานวิเศษ

ต้องใช้ฝีมือแม่ครัวในการปรุงอาหาร

มากกว่าข้าวจานเดียวชนิดอื่น 

และแน่นอนว่า

ราคาสูงกว่าข้าวจานเดียวอย่างอื่น

แต่ร้านข้าวผัดปูส่วนใหญ่ 

แม่ครัวมักจะผัดข้าวชวนน่าผิดหวัง 

นอกจากกลิ่นไม่หอมฉุย

ข้าวยังแฉะ จับเป็นก้อน 

จากความเร่งรีบในการผัดข้าว

ไม่นับเนื้อปู

ที่มีแต่วิญญาณล่องลอยเหนือจาน

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนกลับบ้านดึ

ก่อนเข้าบ้านเลยแวะมาร้านข้าวผัดปูชื่อดัง แถวห้าแยกคลองเตย

นนั้นคนไม่เยอะมาก

ผมสั่งข้าวผัดปู อาหารยอดนิยมของร้าน

ปกติเมื่อมากินครั้งก่อนเมื่อหลายปีก่อน เจ้าของจะเป็นคนลงมือทำอาหาร

ผัดข้าวผัดปูเอง กลิ่นหอมฉุย

จนมีชื่อเสียงมานาน

แต่ครั้งนี้ 

สังเกตว่าเจ้าของร้านไม่ได้ปรุงอาหารเองแล้ว

แต่ให้ลูกมือน่าจะเป็นสาวพม่า

ผัดข้าวผัดแทน

เป็นสาวหน้าตาดี แต่งตัวแบบวัยรุ่น อายุประมาณยี่สิบเศษ

 

ตอนแรกผู้เขียนเห็นแม่ครัววัยละอ่อนแล้ว ไม่แน่ใจว่ารสชาติของข้าวผัดปู

จะเป็นอย่างไร

นึกว่าคงไม่อร่อยเหมือนเดิม

คิดจะเปลี่ยนเมนูทันที  

แต่คิดอีกที ยังไม่อยากตัดสินฝีมือข้าวผัดปูจากอายุและหน้าตาจากภายนอก

 

ผู้เขียนนั่งดูอยู่ไม่ไกล รอให้สาวเจ้าแสดงฝีมือผัดอาหารจานโปรด

หล่อนเริ่มจากทอดกระเทียมด้วยไฟอ่อน  ตีไข่ลงไปก่อน 

เร่งไฟขึ้น ตามด้วยข้าวสวย

ข้าวสารน่าจะหุงด้วยข้าวสาวไห้

เป็นเม็ดข้าวที่ร่วน เรียงเป็นเม็ดๆ

ไม่เหนียวแฉะติดกันเป็นก้อน 

 

หล่อนใจเย็น ค่อย  ใช้ตะหลิวผัด

ให้ข้าวคลุกเข้ากับเนื้อไข่ 

จนเป็นสีเหลืองอร่าม 

ไม่เร่งรีบแบบแม่ครัวร้านอื่น

บางครั้งก็ผัดแบบกระดกกระทะ

ให้ข้าวลอยขึ้นสลับเม็ดข้าว

สักพักข้าวคลุกไข่และกระเทียม

ส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่ว

เหยาะด้วยน้ำปลา น้ำตาลเล็กน้อย พร้อมกับพริกไทย ปราศจากผงชูรส

พอผัดข้าวจนได้ที่แล้ว 

จึงหยิบจับเนื้อปู ต้นหอม ลงไปผัด 

และกระดกกระทะไปเรื่อย

ด้วยความชำนาญ

หล่อนผัดไปอีกสักพัก 

จนส่วนผสมทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกับข้าว

ผัดจนข้าวแห้งเรียงเป็นเม็ด 

ไม่แฉะหรือเป็นก้อนเหมือนร้านอื่น

จึงยกใส่จานมาเสริฟร้อน

ให้ผู้เขียน พร้อมเครื่องเคียงต้นหอมแตงกวา มะนาวและขาดไม่ได้คือ

พริกน้ำปลา

 

กลิ่นหอมควันฉุยมาก  

พอเคี้ยวข้าวผัดคำแรก 

ต่อมลิ้มรสทำงานทันที 

ผู้เขียนรับรสความกลมกล่อมของเม็ดข้าวคลุกไข่ และความอร่อยของเนื้อปู 

ส่วนผสมลงตัวทุกอย่าง กินกันจนเกลี้ยงจานภายในเวลาไม่กี่นาที

เหลือบตามอง

เด็กสาวกำลังนั่งหั่นต้นหอม 

สักพักก็ไปผัดข้าวผัดปูอีก 

ไม่เคยว่างเว้นจากงาน

 

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาววัยรุ่น 

แต่งตัวแฟชั่น หน้าตาดูไม่ออกว่า

เป็นคนทำครัว

จะผัดข้าวผัดปูได้ฉกาจฉกรรจ์ 

ฝีมือจัดจ้าน อร่อยน่ากินได้ถึงเพียงนี้

 

หลายนาทีก่อนหน้านี้

ผู้เขียนรอคอย เกือบจะตัดสินสาวพม่าวัยละอ่อนคนนี้ 

ว่าผัดข้าวไม่อร่อยเหมือนเดิม

ผู้เขียนไม่ตัดสิน 

แต่ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

และไม่นานนัก 

เด็กสาวคนนี้ก็ได้รับการพิสูจน์ว่า 

ฝีมือเข้าครัวเป็นของจริง 

เป็นมืออาชีพเช่นกัน

 

ภายหลังเพื่อนบอกว่า  

สาวพม่าหลายคนผัดข้าวผัด

ทำอาหารเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ 

ไม่รู้ประเทศเพื่อนบ้าน

มีเคล็ดลับอะไรในก้นครัว

 

คืนนั้นผู้เขียนดีใจกับความเอร็ดอร่อยของข้าวผัดปูฝีมือวัยรุ่น

แต่ที่ดีใจไปกว่านั้นคือ

การไม่ตัดสินคนจากปรากฎการณ์ภายนอก และการใช้เวลารอคอย

เป็นเรื่องงดงามกว่า

 

แต่บางคนแค่อ่านข้อเขียน 

หรือสเตตัสของคนอื่นแค่ครั้งเดียว

ก็ตัดสินพิพากษาคนนั้นแล้วว่า

เป็นคนแบบไหน

นิสัยใจคอเป็นอย่างไร

 

%d bloggers like this: