Day: May 16, 2020

The Look of Silence ความสำเร็จของการสร้างความเกลียดชังในสังคม

By One Ton on วันพฤหัส, กรกฎาคม 21, 2016 โชคดีที่มีโอกาสได้ไปดูหนังสารคดียอดเยี่ยมซึ่งกวาดรางวัลมาทั่วโลกกว่า ๗๐ รางวัล และได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ The Look of Silence ในสายตาของผมเรื่องนี้น่าจะเป็นสารคดีชั้นเยี่ยมในรอบหลายปีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาและวิธีการเล่าเรื่อง เฉพาะเนื้อหาของเรื่องก็ชวนให้ใจระทึกเมื่อดูตั้งแต่ต้น เพราะเป็นการเปิดโปงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของมนุษยชาติผู้กระทำต่อกันอย่างโหดเหี้ยม The Look of Silence เป็นสารคดีที่เล่าเรื่องราวการสังหารหมู่ประชาชนอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตกว่า ๑ ล้านคนในช่วงปี ๒๕๐๘ เมื่อบรรดาผู้นำทหารทำรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยข้ออ้างต้องการปราบปรามคอมมิวนิสต์ในประเทศที่แผ่ขยายสมาชิกมากขึ้น ตามมาด้วยการสังหารโหดประชาชนที่ถูกกล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์ ฆ่ากันตาย นำศพมาทิ้งจนแม่น้ำกลายเป็นสายเลือด

สิมคู่ สะท้านชาวอีสาน

“คันเจ้าได้ขี่ ซ้างกั้งฮ่มเป็นพระยา อย่าได้ลืมคนทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า”พญา หรือสุภาษิตคำสอนเก่าแก่บทนี้ประทับใจผมมาตั้งแต่เยาว์วัย สะท้อนความรู้สึกของชาวอีสานได้อย่างดี ฤดูแล้งเมื่อไม่นานมานี้ ผมไปจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพวกพานำชมสิมโบสถ์หลังเล็ก สถานที่ที่ผมอยากแวะชมทุกครั้งเมื่อมาเยือนแผ่นดินอีสาน สิม เป็นคำเรียกโบสถ์ในภาษาอีสาน เสียงกร่อนมาจาก “สีมา” ในภาษาบาลีสันสกฤต หมายถึงเขตหรืออาณาเขตที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้ทำกิจกรรมในพระพุทธศาสนา สิมจึงหมายถึงอุโบสถ อาคารขนาดเล็ก มีสัดส่วน โครงสร้างการตกแต่งภายนอก-ภายใน ทุกอย่างดูพอดี พอเหมาะ ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมพื้นบ้านอีสานที่มีรูปแบบเรียบง่าย หนักแน่น มีพลัง มีความสมถะ ซึ่งสะท้อนความจริงใจของชาวอีสาน

มูฮัมหมัด อาลี “ผมไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วผมยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ขนาดไหน”

“ผมเกลียดทุกๆ นาทีของการฝึกซ้อม แต่ก็บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า อย่ายอมแพ้ จงอดทนไว้ แล้วค่อยไปใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะแชมป์”

วาฬบรูด้า มิตรภาพต่างสายพันธุ์

  ไม่ได้ออกทะเลดูวาฬบรูด้าหลายปีแล้ว เมื่อน้องๆแห่ง Wild Encounter Thailand กลุ่มอนุรักษ์ทะเลรุ่นใหม่ไฟแรงมาชวนออกทะเล ก็รับนัดทันที ออกจากบ้านแต่เช้ามืด มาขึ้นเรือที่คลองประมง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ติดกับทะเลบางขุนเทียน มุ่งหน้าสู่อ่าวไทย ผ่านเสาไม้ มีนกกาน้ำเกาะอยู่ เห็นฝูงนกนางนวลบินโฉบหาปลา และศาลาโดดเดี่ยวตั้งอยู่กลางทะเล ลึกประมาณ 3 เมตร เป็นสิ่งเตือนใจว่า เมื่อ 40 ปีก่อนบริเวณนี้เคยเป็นแผ่นดิน มีหมู่บ้านชาวประมงอาศัยมานาน ก่อนชาวบ้านจะอพยพหนีน้ำทะเลที่ท่วมขึ้นทุกปี ทะเลรุกเข้าสู่ชายฝั่งทุกปี น้ำท่วมแผ่นดินไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้แล้ว

เมื่อชาวปกาเกอญอช่วยรักษาต้นน้ำแม่ปิง

  “ออที เกอะ ตอที ได้กินจากน้ำต้องรักษาน้ำ ออก่อ เกอะ ตอก่อ ได้กินจากป่าต้องรักษาป่า” ภาษิตพื้นบ้านของชาวปกาเกอญอ เชื่อว่าจากนี้เป็นต้นไปทุกปีเราจะต้องได้ยินคำพูดว่า “ปีนี้อากาศร้อนและน้ำแล้งกว่าปีก่อน” ความแห้งแล้งของปีนี้ดูเหมือนจะทำลายสถิติความแล้งของปีก่อน เช่นเดียวกับความร้อนที่แผดเผาแผ่นดินไปทุกหย่อมหญ้า ภาพถ่ายการตัดไม้ทำลายป่าต้นน้ำบนภูเขาสุดลูกหูลูกตาเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรบนที่ราบสูงยังมีให้เห็น การทำลายป่าก็ไม่ได้ลดหย่อนไปกว่าปีที่ผ่านมา แต่ในฝันร้ายก็มีฝันดีเสมอ แม่น้ำหลายสายแห้งเหือดเป็นทราย แต่แม่น้ำบางสายยังมีน้ำไหลตลอดปี