ไม่ลุกขึ้นสู้ ไม่เหลือป่า

42423065_10155807259907361_2542734825232531456_n

ภูเขาหินปูนที่เห็นในภาพ อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเอราวัณ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

เชื่อไหมว่า ภูเขาหินปูนลูกนี้อาจจะค่อย ๆ หายไปจากการระเบิดหิน

หากเมื่อสิบกว่าปีก่อนชาวบ้านแถวนี้ไม่รวมตัวกันต่อสู้และปกป้องภูเขาและป่าแห่งนี้ Continue reading “ไม่ลุกขึ้นสู้ ไม่เหลือป่า”

ฉือจี้ “ยิ่งทำงานหนัก ตัวตนยิ่งเล็กลง ”

ภาพ : ประติมากรรมหมู่ นำโดยท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ฉือจี้ ที่ฮั่วเหลียน

 

เมื่อหลายปีก่อน เกิดพายุไซโคลนพัดถล่มประเทศพม่าจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก

รัฐบาลทหารพม่าไม่อนุญาตให้องค์กรต่างประเทศเข้าไปช่วยเหลือเด็ดขาด

แต่ความจริงมีองค์กรต่างประเทศแห่งหนึ่ง

ได้พูดจาทำความเข้าใจกับทางการพม่า

จนสามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยได้อย่างเงียบ ๆ เป็นรายแรก

Continue reading “ฉือจี้ “ยิ่งทำงานหนัก ตัวตนยิ่งเล็กลง ””

ข้าวผัดปูมื้อนั้น

ข้าวผัดปู 1/3

 

 

เราคงเคยกินข้าวผัดปูตามร้านอาหารนอกบ้านบ่อยครั้งจนจำไม่ได้

แต่คืนนั้น ข้าวผัดปูที่ร้านอาหารนั้น ผู้เขียนจดจำไปตลอด

ไม่เพียงรสชาติของอาหารแต่มีรสชาติอื่นแฝงด้วย

ข้าวผัดปูเป็นอาหารจานเดียวยอดนิยมที่กำลังมาแรง  

ร้านอาหารจานเดียวหลายแห่ง

มักจะขึ้นป้ายโฆษณาข้าวผัดปู

แทนที่จะขึ้นป้ายข้าวผัดกระเพรา

ข้าวผัดพริก 

หรือข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย

ราวกับว่า ข้าวผัดปูเป็นอาหารจานวิเศษ

ต้องใช้ฝีมือแม่ครัวในการปรุงอาหาร

มากกว่าข้าวจานเดียวชนิดอื่น 

และแน่นอนว่า

ราคาสูงกว่าข้าวจานเดียวอย่างอื่น Continue reading “ข้าวผัดปูมื้อนั้น”

คืนสุดท้ายของสืบ นาคะเสถียร

31-08-18-21

ก่อนเสียชีวิตไม่นาน

27 สิงหาคม 2533

สุรชัย  ท้วมสมบูรณ์  เพื่อนสนิทคนหนึ่งได้ไปหาสืบที่ป่าห้วยขาแข้ง

เมื่อเพื่อนเชิญมาขอคำปรึกษาบางอย่าง

สุรชัยจำได้ว่า

“ เขาเอารายงานที่จะเสนอให้ห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลกให้ผมดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ผมก็อ่าน บอกดีมาก เขาก็ถามว่าจะให้เพิ่มเติมอะไรไหม

ผมก็ว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว ผมว่าเขาน่าจะเครียด  ตอนเย็นเขาก็ไปส่งผมที่ตลาด

ผมกำลังจะขึ้นรถเขาก็ดึงมือผมไว้แล้วก็บอกว่า เฮ้ยอยู่ก่อนไม่ได้เหรอมีเรื่องจะคุย

ผมก็บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวก็มาใหม่ เขาก็ปล่อยมือผม

ปล่อยแบบมือตกไปเลยคล้ายๆกับคนสิ้นหวัง” Continue reading “คืนสุดท้ายของสืบ นาคะเสถียร”

ความเจ็บปวดของสืบ นาคะเสถียร

DVzavQgV4AMBFQ0

คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า

“ความตายเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มาเพื่อให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด

ซึ่งอาจจะไม่ใช่ความเจ็บปวดทางร่างกาย อาจเป็นความรู้สึกเจ็บปวดภายในใจ

แล้วเราก็หยิบสิ่งที่ธรรมชาติให้มาหยุดยั้งความเจ็บปวดนั้น”

 

แล้วอะไรที่ทำให้พี่สืบเจ็บปวดหัวใจขนาดนั้น

Continue reading “ความเจ็บปวดของสืบ นาคะเสถียร”

พ่อแม่คือพระอรหันต์

 

mom-son2

พ่อแม่ของผู้เขียนครองชีวิตด้วยกันมา 60กว่าปี

ก่อนที่พ่อจะลาจากไปเมื่อสามปีก่อน

ผู้เขียนมองย้อนกลับไปในอดีต

แทบไม่น่าเชื่อว่า

พ่อแม่เป็นชนชั้นกลาง มีลูกถึงเจ็ดคน จะสามารถเลี้ยงดูลูก ๆมาได้อย่างไร

ทั้ง ๆ ที่ฐานะทางเศรษฐกิจก็ย่ำแย่ Continue reading “พ่อแม่คือพระอรหันต์”

รำลึกนางาซากิ คนตายเขียนไม่ได้ แต่คนเขียนได้ตายทั้งเป็น

 

 

บริเวณกำแพงทางออกอาคารพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ (Nagasaki Atomic Bomb Museum )

มีภาพถ่ายขาวดำเด็กชายแบกทารกไว้ที่หลัง

ได้ตรึงผู้เขียนให้หยุดดูนาน

ก่อนออกจากสถานที่จัดแสดงเรื่องราวความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง

ที่มีต่อชาวเมืองนางาซากิ จากการทิ้งระเบิดปรมาณูของทหารอเมริกัน เมื่อ 74 ปีก่อน

ภาพถ่ายนี้เป็นหนึ่งในสัญญลักษณ์ความทุกข์เวทนา

สะเทือนใจผู้พบเห็น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของสงครามอย่างหมดจด

Joe O’Donnell ช่างภาพสงครามชาวอเมริกันผู้ถ่ายภาพนี้ได้ในเมืองนางาซากิ ในปีค.ศ. 1945

ภายหลังญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม

เขาให้สัมภาษณ์เบื้องหลังภาพนี้ว่า

“เมื่อผมเดินทางมาถึงเมืองนางาซากิ ผมเห็นผู้คนอุดจมูกด้วยผ้าขาว

กำลังเผาซากศพจำนวนมากในหลุมขนาดใหญ่

สักพักผมเห็นเด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณสิบขวบกำลังเดินมา

เขาแบกเด็กทารกคนหนึ่งบนหลัง

ดูเหมือนเป็นภาพปกติที่จะเห็นพี่ชายแบกน้องตัวเล็กขึ้นหลังเดินไปมา

แต่ภาพของเด็กคนนี้แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

เด็กเดินตีนเปล่ามาที่เผาศพ

มีทารกบนหลังหงายศีรษะขึ้น ราวกับเพิ่งหลับ

เขาเดินมาถึงปากหลุม และจ้องมองลงไปอย่างสงบ

เด็กชายยืนนิ่งเกือบสิบนาที

จนมีชายคนหนึ่งเดินมาหา ค่อย ๆ ปลดเชือกที่คล้องตัวทารกออกมาจากหลังเด็กชาย

ผมเข้าใจทันทีว่าทารกตายแล้ว

และเอาร่างทารกไปวางบนกองฟืนที่กำลังลุกโชน

ไฟลามศพทารก เสียงเผาศพดังเป็นระยะ

เด็กชายยืนนิ่งเงียบมองเปลวไฟราวกับไร้วิญญาณ

ผมสังเกตเห็นริมฝีปากมีสีแดง

เด็กน้อยกัดริมฝีปากล่างจนเลือดหยดออกมา

เขายืนอยู่ตราบจนไฟไหม้ศพน้องชายของเขาจนเป็นเถ้าหมด

ดวงอาทิตย์กำลังลับฟ้า แล้วเขาเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ”

9 สิงหาคม 1945 ระเบิดปรมาณูได้ระเบิดเหนือเมืองนางาซากิ

สามวันหลังจากระเบิดลูกแรกได้ถล่มเมืองฮิโรชิม่า มีคนตาย 140,000  คน

เพื่อบีบบังคับให้ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามกับสหรัฐอเมริกา

หลังจากการโจมตีทิ้งระเบิดเพลิงตามเมืองต่าง ๆ  67 เมืองของญี่ปุ่น

อย่างหนักหน่วงเป็นเวลาติดต่อกันถึงหกเดือน

เพราะกองทัพสหรัฐอเมริกาประเมินแล้วว่า

หากใช้กองทหารบุกเกาะญี่ปุ่น อาจจะถูกต่อต้านอย่างหนัก

และต้องสูญเสียทหารอเมริกันนับล้านคน

แนวทางที่สูญเสียชีวิตทหารน้อยกว่า คือการทิ้งระเบิดปรมาณูเป้าหมายทางพลเรือน

เพื่อข่มขวัญศัตรูว่า มีอาวุธมหาประลัย

แต่เมื่อทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาแล้ว กองทัพญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้

ภายใน Nagasaki Atomic Bomb Museum แสดงภาพเมืองนางาซากิภายหลังโดนระเบิดปรมาณู

ระเบิดปรมาณูลูกที่สองก็ตามมา

อันที่จริงนางาซากิไม่ใช่เป้าหมายหลักการทิ้งระเบิด

ทหารอเมริกันวางแผนว่าจะทิ้งเมืองโคคูระ

เช้าวันนั้นเครื่องบิน B-29 ได้บินไปเหนือเมือง ปรากฏว่ามีหมอกควัน

มองไม่เห็นเป้าหมายข้างล่างนักบินวนเหนือเมืองถึงสามรอบ แต่ทัศนวิสัยแย่มาก

จึงตัดสินใจเลือกแผนสำรองบินมาเป้าหมายที่สองคือนางาซากิ

นักบินได้ปล่อยระเบิดพลูโตเนียมที่มีอานุภาพทำลายสูงสุดออกจากเครื่องบิน เมื่อเวลา 11.02 น.

เวลานั้นนางาซากิมีพลเมืองประมาณ 240,000  คน

ระเบิดมหาประลัยทำให้มีผู้เสียชีวิต 70,000 กว่าคน บาดเจ็บนับแสนคน

และเมืองพังพินาศ ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยเกือบหมด

หลักฐานสำคัญชิ้นแรกเมื่อผู้เขียนเดินเข้าไปอาคารจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ

คือ ซากนาฬิกาแขวนเก่า ๆ เคยตั้งอยู่ห่างจากศูนย์การระเบิด 800  เมตร

เข้มสั้นชี้เลข 11 เข็มยาวชี้เลข 1 นาฬิกาหยุดเดินเวลา 11.05 น.เมื่อระเบิดได้กระทบพื้นดิน

11.05 เวลาหยุดโลก หยุดชีวิตชาวเมืองนางาซากิ

ผู้เขียนเดินดู ซากชิ้นส่วนสิ่งของต่างๆ ที่ยังหลงเหลือเป็นหลักฐาน

ข้อมูลเหตุการณ์ สาเหตุการเกิดช่วงเวลาเครื่องบินทิ้งระเบิดลงมา

ถ่ายภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บและซากปรักหักพังของเมืองผู้รอดชีวิต

แต่ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยโรคลูคีเมีย(มะเร็งเม็ดเลือดขาว) จากพิษของสารกัมตภาพรังสี

และคำพูดแสดงความรู้สึกของชาวบ้าน ลูกเล็กเด็กแดง ที่ต้องมารับเคราะห์แทนผู้กระหายสงคราม

บางตอนมีคำพูดของผู้รอดตายว่า

“ ท้องทุ่งไหม้เกรียมเป็นสีแดงเพลิง

ไฟยังลุกไหม้ผู้คน
แม่ของฉัน อยู่ในกองเพลิง
พี่สาวของฉัน อยู่ในกองเพลิง
และมีเพียงเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่”

ซากู ชิโมฮิรา วัย 11 ขวบ

ภายใน Nagasaki Atomic Bomb Museum

“ขอให้ฉันกลับไปอยู่อดีตเถิด

ขอเพียงแค่ครั้งเดียว
ฉันต้องการแม่ ฉันต้องการพ่อ
ฉันต้องการพี่ชาย ฉันต้องการพี่สาว”

ฟูจิโอ ชึจิโมโต วัย 5 ขวบ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่

ในวันที่นางาซากิโดนพิษร้ายของสารพลูโตเนียมอาบกินไปเกือบทั้งเมือง

โดยที่ชาวเมืองไม่ได้มีส่วนรับรู้ในการก่อสงครามเลย

แต่ต้องมาเป็นผู้รับเคราะห์ร้ายโดยตรง

ผู้รอดชีวิตจำนวนมาก ก็เหมือนกับตายทั้งเป็น

เมื่อคนในบ้านตายหมด

เหมือนอย่างหัวหน้าครอบครัวชื่อ อัทซูยูกิ มัทซูโอะ บันทึกไว้ว่า

“9 สิงหาคม นางาซากิ โดนระเบิดปรมาณู

ฉันมาถึงบ้านเมื่อพลบค่ำแห่งความตายมีใครอยู่ไหม

ภายใต้ซากปรักหักพัง

ฉันพบเมียบาดเจ็บสาหัส และศพลูกสองคนข้างถนน

เธอได้เล่าว่าลูกตายอย่างไร (อายุหนึ่งและสี่ขวบ)

เธอบอกว่าลูกของเราตายมีรอยยิ้มในอ้อมกอดของแม่

แม่วางลูกสองคนลงบนพื้น

เมื่อไม่มีอะไรมาหุ้มตัวลูก ฝูงแมลงวันก็บินมาไต่ตอม

ลูกชายคนโตอีกคนบาดเจ็บสาหัส

ก่อนจะตายตามไป

นอนตายอยู่ข้าง ๆ แม่

11 สิงหาคม ฉันรวบรวมกองฟืนเผาลูกทั้งสามคน

รุ่งขึ้นหมอกน้ำค้างยามเช้าได้ชำระเถ้าถ่านของลูกสามคนไปหมด

13 สิงหาคม เมียทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายไปอีกคน

15 สิงหาคม ฉันเผาศพเธอ

วันเดียวกับที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม

หลังจากสูญเสียทุกสิ่ง ฉันยืนสงบนิ่ง

เมื่อระเบิดปรมาณูสี่ลูกซ้อน ระเบิดตัวฉัน ฉันจุดไฟเผาศพ

ให้เปลวไฟลุกไหม้ไปพร้อมกับคำยอมแพ้สงคราม”

คนตายเขียนไม่ได้ แต่คนเขียนได้ตายทั้งเป็น

24ชั่วโมงในเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475

 

“คืนนั้นผมเข้านอนปรกติ ถึงเวลาเขามาปลุก บอกว่า ไปกันเถอะ

แล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปตามจุดนัดหมายตัวเอง

ทุกหมู่เหล่ามีชาวบ้านอย่างเราไปอยู่ด้วย ถนนราชดำเนินตอนนั้นเงียบมาก

พี่ชายบอกว่า เดี๋ยวมีคนเอาปืนมาให้

ผมคิดอย่าเดียวว่า ตั้งใจมาทำงานให้สำเร็จ เขาสู้ก็สู้กับเขา ตายก็ตาย…”

กระจ่าง ตุลารักษ์ คณะราษฎรคนสุดท้าย ผู้อยู่ในเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง

หวนรำลึกเหตุการณ์ในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2475

ระหว่างให้สัมภาษณ์นิตยสาร สารคดี เมื่อสิบกว่าปี ก่อนเสียชีวิตไม่นาน

หากเชื่อว่าเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ในโลกมักเกิดจากคนเพียงไม่กี่คนและส่วนใหญ่จะถูกต่อต้าน

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ของสยามก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน

การวางแผนให้เกิดซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

เป็นที่ยอมรับกันว่า การปฏิวัติในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 สำเร็จลงได้

ก็เพราะมีการวางแผนอย่างรอบคอบ

ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นคณะราษฎรแทบจะไม่มีกำลังในมือ

ผู้ร่วมก่อการมีเพียง 115 คน แต่สามารถยึดอำนาจได้สำเร็จโดยไม่มีการนองเลือด Continue reading “24ชั่วโมงในเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475”

ชีวิต freelance

 

 

ตลอดชีวิตการทำงานของผู้เขียนสามสิบกว่าปี

แต่ละวันต้องเดินทางไปทำงานที่บริษัท ในฐานะลูกจ้างหรือพนักงานประจำ

จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เฉกเช่นมนุษย์เงินเดือนทั่วไป

 

แต่เมื่อปีก่อน  สถานการณ์เปลี่ยนไป จากนั่งทำงานบริษัท

ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตเป็นนายตัวเอง

ไม่มีเจ้านาย ไม่มีเวลาทำงานหรือวันหยุดชัดเจน

อยากนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะในบ้านของตัวเอง

จากมนุษย์เงินเดือนมาสู่มนุษย์ freelance Continue reading “ชีวิต freelance”

Hafez กวีผู้ยิ่งใหญ่กว่านักการเมือง

 

คงมีไม่กี่ประเทศบนโลกนี้ ที่มีสุสานของกวี ยิ่งใหญ่พอ ๆกับสุสานผู้นำประเทศ

Shiraz เป็นเมืองโบราณของอาณาจักรเปอร์เซียมาร่วม สี่พันกว่าปี

เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศอิหร่าน

ในสมัยราชวงศ์ซานด์ระหว่างปีค.ศ. 1750-1800

คนทั่วไปอาจได้คุ้นเคยกับคำว่า ชิราซ Shiraz

ในฐานะองุ่นพันธุ์เลิศรสที่นำมาผลิตไวน์พันธุ์ Shiraz มีเปลือกสีม่วงแดงจัด มีสารแทนนินสูง

ทำให้ไวน์มี body หนักแน่น  เมืองนี้คือแหล่งกำเนิดองุ่นพันธุ์นี้

แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้มีการผลิตไวน์แล้ว Continue reading “Hafez กวีผู้ยิ่งใหญ่กว่านักการเมือง”

บาดแผลสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา

is-a-civil-war-brewing

 

ในอดีตที่ผ่านมา มีสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ ที่ได้รับการขนานนามว่า

“สงครามที่พี่น้องฆ่ากันเอง”

นั่นคือสงครามกลางเมืองในประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้

ที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2404  เพราะญาติพี่น้อง มิตรสหายที่เป็นคนอเมริกันเหมือนกัน

ต่างแบ่งเป็นสองฝ่าย จับอาวุธปืนเข้าประหัตประหารกันเอง Continue reading “บาดแผลสงครามกลางเมืองในสหรัฐอเมริกา”

เมื่อข้าพเจ้าถูกควบคุมตัวคืนรัฐประหาร 22 พค. 2557

 

22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. ได้เกิดรัฐประหารขึ้น โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

อันมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ โค่นรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล

นับเป็นรัฐประหารครั้งที่ 13 ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

คสช. ได้สั่งให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ทุกแห่งหยุดออกอากาศรายการปกติ

และให้แพร่สัญญาณรายการของกองทัพบกเท่านั้น

Continue reading “เมื่อข้าพเจ้าถูกควบคุมตัวคืนรัฐประหาร 22 พค. 2557”