เมื่อรัฐบาลปูพรมสร้างฝายทั่วประเทศ

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความยากจน ด้วยกลยุทธ์

“การสร้างฝายชะลอนํ้าแกนดินซีเมนต์ ทั่วประเทศ”

คณะทำงานดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มอบหมายให้ปลัดกระทรวงฯ พิจารณาความเหมาะสมเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมลํ้า โดยมอบหมายให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นแม่งาน รับผิดชอบด้านการจัดทำแบบมาตรฐานและราคากลางฝายชะลอนํ้าแกนดินซีเมนต์

ไม่กี่วันต่อมา หน่วยงานรัฐ เสนอก่อสร้างฝายชะลอน้ำแกนดินซีเมนต์อย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่กำหนดราคากลาง ระหว่าง 500,000-1,143,600 บาท

รัฐบาลชุดนี้ จึงคาดหวังว่า จะแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำแกนดินซีเมนต์ทั่วประเทศ

Continue reading “เมื่อรัฐบาลปูพรมสร้างฝายทั่วประเทศ”

จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว

ครั้งหนึ่ง ครูในชั้นประถมถามนักเรียนว่า “ข้าวที่เรากินมาจากไหน”

“มาจากซูเปอร์มาร์เก็ตครับ” เด็กตอบด้วยความฉะฉาน

หลายปีที่ผ่านมาผู้เขียนและภรรยามาตั้งรกรากที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจอยากลองปลูกข้าวอินทรีย์บนที่นาของตัวเองที่เคยผ่านการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงมาเป็นระยะเวลายาวนาน

แม้ตัวเองอาจเคยเห็นท้องนามาหลายแห่งทั่วประเทศ แต่พอได้มีโอกาสช่วยเพื่อนร่วมงานทำนา จึงอยากถ่ายทอดขั้นตอนการทำนาว่ากว่าจะมาเป็นเมล็ดข้าวที่เรากินทุกวัน การปลูกข้าวเป็นสิ่งน่าสนใจมาก

อันที่จริง เมล็ดข้าว กว่าที่เราจะกินได้ มีความซับซ้อนไม่ง่ายเหมือนกินผลไม้ เพราะเมล็ดข้าวหุ้มด้วยเปลือกแข็ง พอแกะออกมาก็ต้องผ่านความร้อนถึงกินได้ แล้วมนุษย์ยุคโบราณทราบได้อย่างไรว่าเมล็ดหญ้าชนิดนี้กินได้

Continue reading “จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว”

Landbridge กับความเห็นของบริษัทเดินเรือ ลูกค้าตัวจริง

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

      “ผู้มีอำนาจฝันไปเรื่อย ไม่มีบริษัทเดินเรือขนส่งระดับโลกไหนจะมาใช้ Landbridge นี้หรอก เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก”ผู้บริหารสายการเดินเรือระหว่างประเทศหลายคน ที่เป็นลูกค้าโดยตรงของโครงการนี้เล่าให้ผู้เขียนฟังตรงกัน

         “ผลของการศึกษาของจุฬาฯ ก็ออกมาแล้วว่า ลงทุนไปหนึ่งล้าน ล้านบาท ไม่คุ้มค่าแน่นอน แต่รัฐบาลไม่ฟัง”

         เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2566  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง) ด้วยมูลค่าการลงทุนโครงการนี้มากถึง 1 ล้านล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ความกังวลถึงความไม่คุ้มค่า ของโครงการนี้

Continue reading “Landbridge กับความเห็นของบริษัทเดินเรือ ลูกค้าตัวจริง”

กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ?

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

ความพยายามในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นบนยอดภูกระดึงมีมานานกว่าสามสิบปีแล้ว  แต่ทุกครั้งก็เงียบหายไป

วันนี้รัฐบาลได้มีแนวคิดสนับสนุนให้เกิดขึ้นอีก  โดยมีเสียงตอบรับจากคนทั่วไปจำนวนมาก อาทิหอการค้าจังหวัดเลย นักการเมือง คนในพื้นที่ ประชาชนทั่วไป  ด้วยเหตุผลคือ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในตัวจังหวัดเลย ความสะดวกในการเดินทาง จนดูเหมือนเสียงคัดค้านจากผู้รักธรรมชาติจะกลายเป็นเสียงส่วนน้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง  เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษ และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 รองจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน แห่งที่ 57

ก่อนคิดจะสร้างกระเช้า ลองพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไปนี้

Continue reading “กระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ?”

ศูนย์การค้ากับความรับผิดชอบท้องถนน

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

ผู้เขียนอาศัยอยู่บนถนนสุขุมวิทมาหลายสิบปี เมื่อธุรกิจการค้า การพัฒนาที่ดินเติบโตอย่างก้าวกระโดดบนถนนสายนี้ เห็นศูนย์การค้า โรงแรม คอนโดมิเนียมเกิดขึ้นดอกเห็ดติดต่อกันหลายปี  โดยเฉพาะพื้นที่ริมถนน มักจะถูกกว้านซื้อมาก่อสร้างเป็นศูนย์การค้าหรูหราขนาดใหญ่

แม้จะมีรถไฟฟ้า BTS สายแรกแล่นผ่าน แต่ปัญหาการจราจรบนท้องถนนสายนี้ก็หาได้ลดลงไม่ นับวันกลับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง  แม้ยามค่ำคืน การจราจรติดขัดก็หาได้ลดลง วันหยุด วันเสาร์อาทิตย์อาจจะติดหนักเป็นพิเศษ เพราะคนเข้าห้างซื้อของกันมากขึ้น และการเดินศูนย์การค้ากลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเมืองไม่ต่างจากสวนสาธารณะ

สถานการณ์การจราจรบนถนนสายนี้ ทำให้ผู้เขียนเลิกขับรถส่วนตัว พึ่งรถไฟฟ้าสาธารณะมานานแล้ว แต่ก็อดเห็นใจคนใช้รถบนถนนไม่ได้

ขณะนี้ แถวสุขุมวิทจะมีห้างขนาดใหญ่ดังระดับโลกเตรียมมาเปิด ขณะที่มีศูนย์การค้าขนาดยักษ์อีกแห่งสร้างอยู่แทบติดกัน และก่อนหน้านี้ก็มีศูนย์การค้าหรูหราสร้างมาหลายปีแล้ว

แน่นอนว่า รถที่ติดแล้วต้องติดหนักตลอดสาย ไล่ไปตั้งแต่แถวทองหล่อยาวไปจนถึงสี่แยกปทุมวัน มีศูนย์การค้าขนาดยักษ์นับสิบแห่งสร้างเรียงรายกันเป็นระยะ ไล่ตั้งแต่ Emporium EmQuartier Central Siam Paragon ฯลฯ

แต่ละวันรถนับหมื่นคันที่เข้าๆออกๆ และแถมยังมีรปภ.มายืนห้ามรถบนถนน เพื่อระบายให้รถในศูนย์การค้าออกไปไปก่อน ช่องทางจราจรแทบหายไปหนึ่งช่อง รถบนนท้องถนนก็ติดกันยาวเหยียด

ไม่นับรถแท็กซี่ รถสามล้อที่จอดริมถนนเสียไปอีกหนึ่งเลน เพื่อรอรับผู้โดยสารจากห้าง

และไม่เพียงแต่บนถนนสุขุมวิทเท่านั้น ถนนอีกหลายสายก็มีปัญหารถติดหนักหน้าศูนย์การค้าเช่นกัน

เพื่อนที่เป็นสถาปนิกท่านหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า สาเหตุหนึ่งที่ศูนย์การค้าเกิดขึ้นมากมายในกทม. เพราะอนุมัติง่าย เนื่องจากศูนย์การค้าส่วนใหญ่ไม่ต้องทำ EIA หรือรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเหมือนกับการสร้างคอนโดมิเนียมหรือโรงแรม ทำให้ลดขั้นตอนไปเยอะ

กฎหมายสิ่งแวดล้อมหลักที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นที่มาของการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ EIA-Environmental Impact Assessment ได้ระบุว่า อาคารที่ต้องทำ EIA คือ

“อาคารที่ใช้ในการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนี่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป”

แต่หากอาคารมีขนาดต่ำกว่า 10,000 ตารางเมตร ก็ไม่ต้องทำ EIA

ซึ่งทำให้ห้างหลายแห่งไม่ต้องทำ EIA และบางแห่งใช้เทคนิคในการก่อสร้าง และช่องโหว่ทางกฎหมาย แม้ว่าตัวอาคารจะเกิน 10,000 ตารางเมตร แต่สามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องทำ EIA

สถาปนิกในวงการอสังหาริมทรัพย์ท่านหนึ่ง ได้ให้ความเห็นว่า “การที่ห้างไม่ต้องทำ EIA เพราะ ถูกตีความว่า เป็นอาคารที่ไม่มีการอยู่อาศัย และ ไม่ได้เป็นการใช้งานแบบเป็นประจำ มีคนเข้ามาทุกวันแบบอาคารสำนักงาน และ เคยมีการพูดคุยกัน ระหว่างการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่จะให้มีการเปลี่ยนกฎกติกาข้อนี้เพื่อให้ต้องยื่น EIA แต่ยังไม่มีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง กติกาข้อนี้แต่อย่างใด”

การทำ EIA น่าจะเป็นมาตรการอย่างหนึ่งที่ทำให้บรรดาศูนย์การค้าต้องมีความเข้มงวดในการก่อสร้างอาคาร และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ การจราจร อาคารจอดรถและประโยชน์ของส่วนรวม

ในมหานครหลายแห่งทั่วโลก ศูนย์การค้าขนาดใหญ่มักจะตั้งอยู่ตามชานเมือง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด และ จากข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกพบว่า ประเทศไทยมีรถยนต์ทุกประเภท 42,691,494 คัน อยู่ในกรุงเทพฯ 11,370,143 คัน มากกว่าประชากรในกรุงเทพฯที่มี 5,500,000 คน หากนับรวมประชากรแฝงก็อาจจะร่วม 10 ล้านคน

แน่นอนว่า หลายคนทราบดีว่า การแก้ปัญหาระยะยาวหากทำได้ ก็มีตัวอย่างจากเมืองนอกให้เห็น คือการสร้างระบบขนส่งสาธารณะให้ดี มีโครงข่ายที่เชื่อมโยงกันได้จริง  ทำให้การใช้รถบนท้องถนน ต้องมีราคาจ่ายที่แพงมาก ไม่ว่าการเก็บเงินที่จอดรถหรือการบังคับใช้วันคู่ วันคี่ในการขับรถเข้าไปในย่านที่มีการจราจรพลุกพล่าน

แต่ตอนนี้ห้างยักษ์ใหญ่แบรนด์จากต่างประเทศที่เคยตั้งอยู่นอกกรุงเทพมหานคร กำลังจะขยายสาขาเข้ามาเปิดกลางเมือง

ผู้เขียนลองสอบถามเพื่อนหลายคนได้แสดงความเห็นว่า

“ต้องห้ามมีการรับส่งคนและสินค้าหน้าห้างริมถนน ไม่ว่าจะรถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์ ต้องบังคับให้เข้าไปรับส่งในบริเวณห้างเท่านั้น  บางประเทศ เขาบังคับให้ห้างต้องมีพื้นที่ให้รถสาธารณะเข้าไปจอดรับส่งในพื้นที่ของห้างด้วย การมีรถแท็กซี่รถมอเตอร์ไซค์ จอดรอ จอดรับส่งริมถนน มีส่วนสำคัญมากในการทำให้รถติด”

“ห้างที่อยู่ใจกลางเมือง ถ้ามีความรับผิดชอบต่อสังคมจริง จะต้องมีที่จอดรถน้อยๆ แล้วก็ต้องเก็บค่าจอดรถแพงๆด้วย เพื่อให้คนที่ขับรถไปจะต้องจำเป็นจริงๆ ถ้าไม่จำเป็นก็สามารถไปโดยรถโดยสารหรือรถไฟฟ้าได้”

“จะว่าห้างอย่างเดียวก็ไม่ถูก หลายๆ ฝ่ายต้องช่วยกัน เช่น ที่สิงคโปร์ ต้องเสียเงินเพื่อขับรถเข้าเขตเมือง/ย่านธุรกิจ วิธีการนี้ช่วยลดปัญหาจราจร แต่จะทำแบบนี้ต้องมีทางเลือก ขนส่งมวลชน/รถสาธารณะต้องมีรองรับและครอบคลุมทุกพื้นที่”

“ระบบขนส่งมวลชนเข้าไม่ทั่วถึง คนเลยชอบใช้รถแล้วแห่เข้ามาใจกลางโซนสีแดง (พาณิชยกรรม) ไม่ว่าจะเป็นโซนอโศก ราชประสงค์ สยามหรือสามย่านก็ตาม เนื่องจากการจะเข้ามาถึงโซนเหล่านี้ได้จะต้องขับรถเข้ามาหรือไม่ก็ต้องใช้ระบบขนส่งมวลชนหลายต่อที่ทำให้ลำบากในการเดินทาง คนก็เลยเลือกที่จะนั่งรถสบาย ๆ กันและเข้ามาติดตรงทางเข้าห้างโซนสีแดง “

“วิธีแก้ไขปัญหารถติดในต่างประเทศ

* มะนิลา: วันคู่ อนุญาตให้รถที่ทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคู่ขับเข้ามาในเขตที่การจราจรแออัด / วันคี่ อนุญาตให้รถที่ทะเบียนลงท้ายด้วยเลขคี่ขับเข้ามาในเขตที่การจราจรแออัด

* สิงคโปร์: ทำให้การเข้าใช้ถนนบางเส้นเเพงขึ้นมากๆ และไม่คิดค่าผ่านทางช่วงเช้า เพื่อสนับสนุนให้คนบางส่วนเดินทางในชั่วโมงที่ไม่เร่งด่วนมากนัก + เก็บภาษีการบริโภคเเพงๆ ให้ประมูลสิทธิ์การมีทะเบียนรถในราคาเเพงกว่าราคารถยนต์ + สร้างระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกกว่าการขับรถยนต์

คนสิงคโปร์นิยมใช้รถไฟฟ้ากับรถบัสมากกว่าเพราะสะดวกมาก ตรงเวลา ราคาไม่แพง ควันไม่ดำ ขับตามกฎจราจร ปลอดภัยมีกล้อง แอร์เย็น จอดตรงป้าย ราคาตั๋วโดยสารของสิงคโปร์ราคาพอๆกับกรุงเทพฯ”

ความจริงต้องยอมรับคือ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่มีส่วนในการทำให้เกิดการจราจรติดขัด แต่ไม่รู้ว่าเจ้าของห้างเหล่านี้จะหามาตรการในการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดเหล่านี้อย่างไรบ้าง

 นอกจากเอารปภ. มายืนโบกไม่ให้รถทางตรงไป เพื่อจะระบายรถในห้างตัวเองไปก่อน

ซีแลนเดียและความลับของนกอัลบาทรอส

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

         ประเทศนิวซีแลนด์เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีการพิสูจน์ได้ว่า บริเวณนี้ไม่ใช่แค่เกาะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของทวีปซีแลนเดียขนาด 4.9  ล้านตารางกิโลเมตร ที่จมอยู่ใต้มหาสมุทร จนกำลังจะกลายเป็นทวีปที่แปดล่าสุดในโลก

         ซีแลนเดียเป็นผืนแผ่นดินขนาดใหญ่ซึ่งพื้นที่เกือบทั้งหมดจมอยู่ใต้มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจมลงหลังแยกออกจากมหาทวีปกอนด์วานา  มหาทวีปที่รวมแผ่นดินผืนต่างๆ ในซีกโลกใต้เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อ 83–79 ล้านปีก่อน  พื้นที่ส่วนใหญ่หรือมากถึง 94% ของทวีปนี้จมอยู่ใต้ทะเล คงโผล่ขึ้นมาให้เห็นเฉพาะเทือกเขาและยอดเขาที่สูงที่สุดให้เรามองเห็นเป็นเกาะใหญ่ 2 เกาะ นั่นคือนิวซีแลนด์ และนิวแคลิโดเนีย และเกาะเล็ก ๆอีกหลายเกาะ

         ไม่นานมานี้ ผมเคยเดินทางมาเกาะใต้ ขับรถทางไกลผ่านเมาท์ คุก ยอดเขาสูงที่สุดของนิวซีแลนด์และซีแลนเดีย มุ่งหน้าลงใต้สู่แหลม Otago เพื่อไปยังบริเวณที่เรียกว่า Taiaroa Head บริเวณเดียวที่จะได้มีโอกาสเห็นนกอัลบาทรอสในซีกโลกใต้ เป็นแผ่นดินที่นกจะบินกลับมาทำรังและวางไข่

         “อัลบาทรอส” แผลงมาจากคำว่า “อัลคาทราซ” ในภาษาโปรตุเกส มีความหมายว่า นกกระทุงขนาดใหญ่ เพราะกะลาสีเรือชาวโปรตุเกสในสมัยโบราณเรียกชื่อมันผิด

         มานิวซีแลนด์ก็ตั้งใจจะมาดูนกมหัศจรรย์ตัวนี้สักครั้งในชีวิต

Continue reading “ซีแลนเดียและความลับของนกอัลบาทรอส”

James Nachtwey  “ไม่ใช่แค่ช่างภาพสงคราม แต่เป็นผู้สังเกตการณ์โลก”

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์ 

                       “ในฐานะของพยานที่เหตุการณ์ ผมจำต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมความโกรธ เรียนรู้ที่จะปล่อยมันออกมาเป็นพลัง และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้วิสัยทัศน์ของผมชัดเจนขึ้น  ไม่ใช่ขุ่นมัวลง  … ภาพถ่ายมีพลังที่สามารถก้าวข้ามวาทกรรมการเมืองและนำเสนอประเด็นปัญหาสำคัญของสังคมด้วยมุมมองจากประสบการณ์ตรงของคนได้ ภาพความอยุติธรรมอาจกลายเป็นการเปิดโปงเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้”

                                                                                               James Nachtwey

Continue reading “James Nachtwey  “ไม่ใช่แค่ช่างภาพสงคราม แต่เป็นผู้สังเกตการณ์โลก””

ทำไมคนไทยไปดูงานญี่ปุ่นแต่ล้มเหลว

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

แต่ละปี จะมีคนไทยหลายหมื่นคนทั้งภาคเอกชนและภาคราชการ องค์กรอิสระไปดูงานที่ต่างประเทศ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ลับหลังมาตลอดว่า ไปดูงานจริงไหม และได้เอาความรู้ที่ดูงานกลับมาใข้มากน้อยเพียงใด

ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือระดับบริหารแล้ว การดูงานต่างประเทศกระทำกันเป็นเรื่องปกติจนกลายเป็นวัฒนธรรมของทุกหน่วยงาน

ในบรรดาประเทศที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการดูงานแล้ว ดูเหมือนประเทศญี่ปุ่นเป็นจุดหมายสำคัญของการดูงานของทุกหน่วยงานทีเดียว

Continue reading “ทำไมคนไทยไปดูงานญี่ปุ่นแต่ล้มเหลว”

ทำไมเด็กไทยขาดจินตนาการ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

อ่านข่าว แบบเรียนภาษาพาที ระดับชั้น ป.5 ถึงโภชนาการของเด็ก โดยมีเนื้อหาว่า กินไข่ต้มครึ่งซีก เหยาะน้ำปลา หรือข้าวเปล่าคลุกข้าวผัด ผักบุ้ง ทำให้ตัวละครในหนังสือ มีความสุข ถือเป็นความพอเพียง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปสนั่นเมือง ทำให้นึกถึงการปฏิรูปการศึกษาของไทย

ตั้งแต่ผู้เขียนจำความได้ สังคมไทยพูดถึงการปฏิรูปการศึกษามาไม่ต่ำกว่า 50 ปี ตั้งแต่เปลี่ยนระบบการศึกษาจาก ป.1-7 ,มศ.1-5 เปลี่ยนมาเป็น ป1-6 ,ม.1-6  เปลี่ยนหลักสูตรการศึกษามาหลายครั้ง  เปลี่ยนโครงสร้างการบริหารมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่คุณภาพเด็กไทยนับวันจะถอยหลังลงเรื่อย ๆ

Continue reading “ทำไมเด็กไทยขาดจินตนาการ”

อานันท์ ปันยารชุน ในวัย 91

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

หากถามคนหลายรุ่นในปัจจุบันว่า ใครคือนายกรัฐมนตรีของไทยที่อยู่ในใจมากที่สุด

เชื่อได้ว่า ชื่อคุณอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ผู้ดำรงตำแหน่งสองสมัย ช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2534-2535 น่าจะเป็นคนหนึ่งที่มีผู้คนชื่นชมมากที่สุด ผู้คนยกมือไหว้ได้สนิทใจ แม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่าสามสิบปี

ปีนี้คุณอานันท์มีอายุ 91 ปีแล้ว ท่านเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2475  ผู้เขียนรู้จักท่านมายี่สิบกว่าปี และมีโอกาสได้ทานอาหารกับท่านเงียบๆเนื่องในวันคล้ายวันเกิดที่ผ่านมา

Continue reading “อานันท์ ปันยารชุน ในวัย 91”

เสือโคร่ง กับ สืบ นาคะเสถียร

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

 “เสือเป็นศักดิ์ศรีของป่า ป่าไหนไม่มีเสือ ป่านั้นไม่ควรจะเรียกว่าป่า”

                                                                  พนมเทียน

                       ในบรรดาเสือที่พบในประเทศไทย 9 ชนิด คือเสือปลา แมวดาว แมวลายหินอ่อน แมวป่าหัวแบน แมวป่า เสือโคร่ง (สายพันธุ์อินโดจีน) เสือไฟ เสือดาว นั้น เสือโคร่ง หรือเสือลายพาดกลอนจัดว่าเป็นเสือขนาดใหญ่ที่สุด ลำตัวสีเทาอมเหลือง หรือน้ำตาลอมเหลือง และน้ำหนักสองร้อยกว่ากิโลกรัม แต่มีความปราดเปรียวในการล่า เป็นสัตว์ผู้ล่าสง่างามที่สุด จนได้ฉายาว่า ราชันย์แห่งป่าดงดิบ

                       ในอดีตป่าเมืองไทยเคยมีเสือโคร่งเดินท่องไพรล่าสัตว์อยู่หลายแห่งกระจัดกระจายไปในป่าทั่วประเทศ แต่เสือโคร่งได้ถูกไล่ล่าเป็นจำนวนมาก ปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เสือโคร่งที่เคยมีและปรากฏตัวให้นักท่องเที่ยวเห็นบ่อย ๆ ก็หายไปจากป่าใหญ่ผืนนั้น จากการถูกล่าอย่างรุนแรง ส่วนใหญ่เพื่อส่งไปเป็นยาแผนโบราณขายในเมืองจีน

Continue reading “เสือโคร่ง กับ สืบ นาคะเสถียร”

นิธิ เอียวศรีวงศ์ กับปัญหาเชิงโครงสร้าง

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

         ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนคิดจะเอาน้ำเต้าหู้คั้นสด ๆจากถั่วเหลืองที่ปลูกเอง เครื่องดื่มโปรดของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ไปเยี่ยมไข้ที่บ้าน แต่พอโทรศัพท์ติดต่อไป คนใกล้ชิดบอกว่า ตอนนี้ท่านป่วยหนักจนทานอะไรไม่ได้แล้ว

แม้จะเตรียมใจรับสภาพ แต่พอทราบข่าววันที่ท่านจากไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2566 แล้วใจหายจริงๆ

Continue reading “นิธิ เอียวศรีวงศ์ กับปัญหาเชิงโครงสร้าง”