แก่งคอย ภูเขาหินปูนและปรงยักษ์ 400 ปี

วันชัย  ตันติวิทยาพิทักษ์

คุณเคยไปเที่ยวอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีไหมครับ

แก่งคอยในสายตาของคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นแค่ทางผ่าน เพื่อท่องเที่ยวไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพราะ เวลาพูดถึงแก่งคอย จะนึกว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจ มีแต่เขม่าควันจากโรงปูนซิเมนต์ โรงงานอุตสาหกรรมหลายสิบแห่ง หากไม่มีธุระ ก็ไม่อยากเข้าไปแวะเวียน

แต่อันที่จริง แก่งคอยในอดีต คือสถานที่มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่น ใกล้กรุงเทพมหานครมากที่สุด จนทำให้คนเมืองกรุงหลายคนนิยมมาสร้างบ้านพักตากอากาศ ไว้เป็นที่พักผ่อนของครอบครัว

บริเวณนี้มีแก่งมากมาย และชื่อ “แก่งคอย” ก็มีที่มาจากการที่คนสมัยก่อนต้องมาคอยเรือ เพื่อเดินทางทวนน้ำขึ้นไปเมืองโคราชหรือเมืองเพชรบูรณ์ตามแก่งเหล่านี้ จึงเรียกว่า แก่งคอย  มีธรรมชาติงตงามด้วยป่าใหญ่ ภูเขาหินปูน และแม่น้ำป่าสัก

บรรยากาศงดงาม ถึงขนาด แอ๊ด คาราบาว ได้แต่งเพลง “แร้งคอย” บรรยายสภาพของแก่งคอยว่า

“ณ  ที่สายฝนกระทบหน้าผา

แว่วสกุณาบินมาร้องเพลง

ขับกล่อมกันเองชีวิตพงไพร

ใครเล่าเข้าใจชีวิตบรรเลง

ช่างเหมือนสายน้ำทอดยาวสุดตา

เหมือนทิวเทือกผาท้าทายแดดลม

นุ่งห่มผืนฟ้าทุ่งนาแก่งคอย

หัวใจพี่คอยน้องอยู่ที่แก่ง…”

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เมื่อหลายสิบปีก่อน รัฐบาลได้ประกาศให้แก่งคอยเป็นแหล่งผลิตปูนซีเมนต์ของประเทศ ด้วยเล็งเห็นแหล่งทรัพยากรสำคัญในพื้นที่คือ ภูเขาหินปูน ที่มีอยู่มากมาย จากนั้นเป็นต้นมา แก่งคอยก็ได้กลายเป็นเมืองหลวงของปูนซิเมนต์ มีการผลิตปูนมากที่สุดในประเทศ จนสามารถผลิตปูนไปได้ร่วมร้อยปี กว่าจะระเบิดภูเขาหมด

ภูเขาหินปูนที่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งได้สัมปทานไปถูกระเบิดไปลูกแล้วลูกเล่า เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นปูนซีเมนต์ปีละมากกว่า 30  ล้านตัน ทำให้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตสูงเป็นอันดับสามของอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม  จากความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้าง จึงถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากสำหรับเศรษฐกิจในประเทศ  

เท่านั้นยังไม่พอ แก่งคอยยังได้รับเกียรติจากรัฐบาลให้เป็นแหล่งรองรับการลงทุนจากต่างชาติ ส่งผลให้ทุกวันนี้แก่งคอยมีโรงงานอุดสาหกรรมเกือบ 200 แห่ง แห่ง อาทิโรงงานปีโตรเคมี โรงงานฆ่าชำแหละสัตว์ปีก โรงงานผลิตน้ำเชื่อม โรงงานผลิตเส้นใยสังเคราะห์ โรงงานผลิตเส้นด้ายไหม โรงงานผลิตสารเคมี โรงงานใยไม้อัด โรงงานผลิตแอลกอฮอล์  โรงไฟฟ้าถ่านหิน ฯลฯ 

และของแถมจากการเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่ว่าด้วยการแลกกับ มลภาวะอากาศที่เลวร้ายสุดขีด  แก่งคอยที่เคยได้ชื่อว่ามีอากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศกลายเป็นดินแดนแห่งมลพิษสารพัด  จากฝุ่นผงจากการระเบิดเขาหินปูน เขม่าควัน

พิษจากโรงงานและโรงไฟฟ้าถ่านหิน มลภาวะทางน้ำจากน้ำเสียที่โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปล่อยออกมา ยังไม่รวมกลิ่นเหม็นจากบ่อฝังกลบขยะ ฯลฯ จนทำให้ชาวแก่งคอยมีคนเป็นโรคทางเดินหายใจสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

ทุกวันนี้ภูเขาหินปูนเกือบทั้งหมดในอำเภอแก่งคอย แทบจะเรียกว่าถูกจับจองหรือได้สัมปทานจากโรงงานปูนซิเมนต์ รอวันเวลาที่จะถูกระเบิดให้เป็นผงปูน แต่ไม่น่าเชื่อว่า มีภูเขาหินปูนกลุ่มหนึ่งรอดพ้นจากสัมปทานได้สำเร็จ ชื่อว่าเขาพระพุทธบาทน้อย- เขาขมิ้น  

วันที่ฝนตกพรำ ๆกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผู้เขียนเห็นภูเขาหินปูนลูกนี้แต่ไกล เป็นทิวเขายาวกลางหมอก ราวกับภาพฝัน

เรามีนัดกับชาวบ้านชุมชนเขาพระพุทธบาทน้อย เพื่อปีนขึ้นยอดภูเขาหินปูนลูกนี้

ระบบนิเวศเขาหินปูน  มีลักษณะเฉพาะตัวสูงมาก มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่พบเจอบริเวณนั้น หลายชนิดอาจมีแห่งเดียวในโลก น่าเสียดายว่า มีการระเบิดเขาหินปูนไปมากมาย จนแทบจะไม่เคยมีการศึกษาอย่างจริงจังเลย

จากการศึกษาพบว่าภูเขาหินปูนมีเพียงร้อยละ 5 ของพื้นที่ภูเขาในประเทศ แต่พบ สัตว์และพืชถิ่นเดียว (endemic species) ต่อพื้นที่สูงมาก และร้อยละ 25 ของระบบนิเวศเขาหินปูนอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ป่า ที่เหลือร้อยละ 75 อยู่นอกเขตอนุรักษ์ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกทำลายเป็นอย่างมาก

ที่เขาพระพุทธบาทน้อย เดินขึ้นไปไม่นาน เราได้ยินเสียงและเห็นนกจู๋เต้นเขาหินปูนสระบุรี  นกประจำถิ่นที่ทั่วโลกพบเฉพาะในจังหวัดสระบุรีเท่านั้น เป็นนกที่หากินตามพุ่มไม้ ก้อนหิน บินไม่สูง กำลังบินหากินหนอนและแมลง สำหรับหลายคน นกจู๋เต้นอาจมีรูปร่างสีสันไม่สวยงาม สำหรับเราแล้ว ตื่นเต้นมาก เพราะมันเป็นนกที่พบที่เดียวในโลกบริเวณเขาหินปูนแถบนี้เท่านั้น แต่ประชากรลดลงจากการที่ถิ่นอาศัยถูกทำลาย เนื่องจากยังคงมีการสัมปทานระเบิดเขาหินปูนเพื่อผลิตปูนซีเมนต์ เป็นเหตุให้นกที่มีการกระจายพันธุ์แคบ ถูกจัดเป็นชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ยิ่งเดินสูงขึ้นไป ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น นอกจากความลื่น ความชันแล้ว ความคมของหินปูน ทำให้ต้องมีสติในการปีนป่ายไปทุกฝีก้าว  แต่ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่รอคอย เมื่อเดินถึงยอดเขาหินปูน ต้นปรงยักษ์ Cycad พืชดึกดำบรรพ์อายุรุ่นเดียวกับไดโนเสาร์ เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน ปรากฎอยู่เบื้องหน้า

เราอาจจะเคยเห็นต้นปรงมาหลายครั้ง ที่มีลำต้นคล้ายมะพร้าวแคระ แต่ใบคล้ายปาล์ม เป็นพืชที่เจริญเติบโตช้ามาก แต่ไม่เคยเห็นต้นปรงขนาดใหญ่สองคนโอบมาก่อน ความสูงเกินห้าเมตร คงมีอายุยาวนานกว่าสามร้อยปี น่าจะเป็นปรงที่เก่าแก่ที่สุดต้นหนึ่งในประเทศ

บริเวณนี้ มีต้นปรงมากมาย และยังมีต้นจันผา จันแดง  ต้นชาฤาษี พืชเฉพาะถิ่นออกดอกบานสะพรั่งที่หายากมาก ๆ แต่ปรงยักษ์ต้นนี้ สามารถหลุดพ้นจากการถูกทำลาย ไม่ว่าจากการสัมปทานเขาหินปูน หรือพวกลักลอบตัดต้นปรงไปขาย ขณะที่ทุกวันนี้ปรงในป่าธรรมชาติของไทยกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากขบวนการลักลอบขุดต้นปรงป่าออกมาจำหน่ายเป็นไม้ประดับ โดยพ่อค้าและนายทุนให้ราคาแพง เป็นแรงดึงดูดใจชาวบ้านให้เข้าไปลักลอบขุดต้นปรงออกมาขายมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนประชากรปรงในพื้นที่ป่าธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ภายหลังจึงถูกจัดให้เป็นพืชอนุรักษ์ในบัญชีไซเตส (CITES)

แต่ต้นปรงยักษ์ ต้นไม้หายากบนภูเขานี้ ยังอยู่รอดปลอดภัย ไม่ใช่จากโชคช่วยใด ๆ แต่มาจากความต้องการของชาวบ้านเขาพระพุทธบาทน้อยที่รวมตัวป้องกันภูเขาหินปูนและป่าบริเวณนั้นร่วม 6,000 ไร่ มาเป็นเวลาสามสิบกว่าปี

บนยอดเขาหินปูนนี้มองออกไปรอบ ๆ ดูคล้ายเป็นเกาะขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยชุมชนเขาพระพุทธบาท ที่พวกชาวบ้านคอยปกป้องภูเขาแห่งนี้ต่างไปจากเขาหินปูนลูกอื่น ๆ ในแก่งคอยที่ถูก ระเบิดหายไปทีละลูกๆ ทั้งหมด

หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาในอดีต โรงงานหลายแห่งพยายามที่จะเข้ามาทำสัมปทานเหมืองหินปูนในบริเวณนี้ ด้วยการให้ค่าตอบแทนหลายสิบล้านบาทกับผู้นำชุมชน  แต่กำนัน ผู้นำชุมชนหลายรุ่นไม่เห็นแก่ผลประโยชน์  ไม่อยากให้สภาพชุมชนต้องประสบเคราะห์กรรมเหมือนชุมชนอื่นในแก่งคอย จากมลภาวะต่าง ๆ และพวกเขายังร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งป่าชุมชนเขาพระพุทธบาทน้อย-เขาขมิ้นขึ้นมา จัดเวรยามดูแลภูเขา เพื่อตั้งรับกับนายทุนที่ทำท่าว่าจะไม่เลิกราจนถึงปัจจุบัน และรวมถึงบรรดาคนที่จะขึ้นมาลักลอบตัดต้นปรง ต้นจันแดง จันผา และพืชหายากชนิดอื่น ๆ ด้วย

คืนนั้น ชาวบ้านพาเราไปส่องไฟตามผนังถ้ำหินปูน ตามหาสัตว์ชนิดเดียวที่มีในโลกบริเวณสระบุรี หลังจากส่องไฟอยู่นาน ก็พบแล้ว คือ ตุ๊กกายถ้ำหางขาว Saraburi Cave Gecko  สัตว์ถิ่นเดียวที่อาศัยอยู่ตามผนังถ้ำในเขาหินปูนบริเวณนี้ ตุ๊กกาย คนมักเข้าใจผิดว่า คือชนิดเดียวกับตุ๊กแก แต่ไม่ใช่ตุ๊กกาย มีลักษณะสำคัญ คือ มีนิ้วเท้าและเล็บที่แหลมยาว ไม่มีปุ่มดูดจึงไม่สามารถดูดติดเกาะผนังได้เหมือนจิ้งจกและตุ๊กแก ใช้ได้เพียงแค่ปีนป่ายเหมือนกิ้งก่าเท่านั้น

ตุ๊กกายถ้ำหางขาว มีสีสันสวยงามและหางขาวสนิท ตัวเล็กกว่าตุ๊กแก แต่ดูเหมือนอนาคตค่อนข้างมืดมน เพราะบ้านของพวกเขา กำลังถูกระเบิดเพื่อมาทำบ้านของมนุษย์

วันรุ่งขึ้น เราปีนขึ้นมาบนเขาขมิ้น ภูเขาหินปูนอีกลูกบริเวณนั้น เพื่อตามหาเลียงผา และได้พบร่องรอยขี้จำนวนมากของเลียงผา เป็นเครื่องยืนยันว่า บริเวณนี้มีสัตว์ป่าสงวนของไทย อาศัยอยู่หลายสิบตัว  ขัดแย้งกับข้อมูลของทางการที่บอกว่า สระบุรีไม่มีเลียงผา สัตว์ป่าสงวนของไทย หรือแม้แต่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ของบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ระบุว่า จังหวัดสระบุรี  สำรวจไม่พบ เลียงผา ไม่พบ พืชหายาก ไม่พบตุ๊กกายถ้ำหางขาว  ไม่พบนกจู๋เต้นสระบุรี สิ่งมีชีวิตทั้งหมดนี้ มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง

บนยอดเขาขมิ้นแห่งนี้ เห็นความงดงามของภูเขาหินปูนสีขาวขึ้นสลับกับสีเขียวของต้นไม้น้อยใหญ่ เป็นภาพประทับใจ แต่อีกด้านหนึ่ง เราเห็นโรงงานโม่หินประชิดเข้ามา เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นตลอด ไกลออกไป เห็นโรงงานผลิตปูนซิเมนต์ขนาดใหญ่เด่นชัดเจน  เดินเครื่องพร้อมปลดปล่อยควันเขม่าออกมาเป็นระยะ

เครื่องจักรทำลายภูเขาหินปูนกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ ทุกวันนี้ยังมีความพยายามจากกลุ่มนายทุนหลายกลุ่มที่ปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของสัมปทานภูเขาหินปูนเหล่านี้  เพียงแต่รอคอยเวลา และโอกาสเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s