ปัตตานี และโรงเรียนในฝันของปฏิรูปการศึกษา

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

ทุกครั้งเมื่อผู้เขียนจะเดินทางไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนๆ ที่ทราบข่าว มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ระวังตัวด้วยครับ”

เป็นเวลานานนับสิบปีแล้ว ที่คนไทยจำนวนมากมีภาพจำเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นดินแดนที่ผู้คนอยู่กันด้วยความหวาดกลัว ระแวงว่าจะมีการวางระเบิด เสียงปืนปะทะกัน มีเสียงหวอของรถพยาบาล บ้านช่องปิดเงียบไม่คึกคัก

ใครไม่มีธุระจำเป็น ไม่ควรไปดินแดนเหล่านี้

ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนใช้เวลาสี่ห้าวันตระเวนไปเยี่ยมชุมชนชาวมุสลิมหลายแห่งในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ทุกแห่งที่เดินทาง ผู้คนใช้ชีวิตปกติ อยู่กันด้วยความสงบสุข  ร้านค้าเปิดขายกัน ผู้คนเดินทางกันขวักไขว่

รถราตามท้องถนนแล่นกันพลุกพล่าน ไม่ได้เงียบเหงาวังเวงอย่างที่คนข้างนอกจินตนาการ

ชาวบ้านในพื้นที่แนะนำว่า ระหว่างเดินทาง หากไปด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะปลอดภัยกว่าเป็นรถของทางการ

ด่านหลายแห่งตามท้องถนนที่เคยมีทหาร ตำรวจรักษาการณ์เคร่งครัด กลายเป็นด่านร้าง แทบจะไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่ประจำการ

…….

มีวันหนึ่ง ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีผู้เขียนเดินเข้ามาเยี่ยมชมโรงเรียนประถมศึกษาบ้านช่องแมว  โรงเรียนเล็ก ๆ แต่มีบรรยากาศสดใส ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นย์ และที่น่าสนใจคือ ภาพวาดสัตว์นานาชนิดสีสันจัดจ้านงดงามตามกำแพงห้องเรียน ราวกับโรงเรียนเด็กเล็กในเมืองใหญ่ จนแทบไม่น่าเชื่อว่า โรงเรียนแห่งนี้อยู่ในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดินแดนแห่งความรุนแรงและความขัดแย้งมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้ได้รับรางวัลหลายรางวัล อาทิ “โรงเรียนต้นแบบนักเรียนสุขภาพดี”  “โรงเรียนปลอดขยะ”  ฯลฯ

โดยเฉพาะรางวัล “โรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันดีเด่น” ระดับประเทศ

โรงเรียนบ้านช่องแมว  เป็นโรงเรียนเก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507  แต่ในอดีตโรงเรียนแห่งนี้ไม่ค่อยมีใครสนใจ โรงเรียนไม่ค่อยได้รับการพัฒนา ทำให้จำนวนนักเรียนได้ลดจำนวนลงเรื่อย กระทั่งเมื่อหลายปีก่อนโรงเรียนกำลังจะโดนยุบตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนไม่ถึง 100 คน

แต่คณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครอง ในเวลานั้น ร่วมกันหาทางออก และประจวบเหมาะกับนายอุดม ชูอ่อน ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ จึงได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการเพิ่มจำนวนนักเรียน ในที่สุดโรงเรียนไม่โดนยุบ และสิบกว่าปีผ่านไป โรงเรียนบ้านช่องแมวค่อย ๆมีนักเรียนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีนักเรียน 325 คน และกลายเป็นโรงเรียนประถมศึกษาตัวอย่าง โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอสายบุรี

ครูอุดม ได้ย้อนความหลังให้ฟังแนวทางการจัดการแก้ปัญหาในอดีตอย่างไร

“ ตอนแรกที่ผมมารับตำแหน่ง เด็กนักเรียนเกือบทั้งหมดเป็นมุสลิม ผมสังเกตว่า สาเหตุที่ผู้ปกครองมาให้นักเรียนลาออก และย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเอกชนมุสลิมแทน  เพราะโรงเรียนรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับศาสนาอิสลาม เหมือนศาสนาพุทธ  ทำให้ผู้ปกครองย้ายลูกหลานตัวเองไปอยู่โรงเรียนมุสลิมแทน  ผมจึงเปลี่ยนวิธีการทำให้โรงเรียนรัฐบาลแห่งนี้ให้ความสำคัญกับทุกศาสนาเท่ากัน ผู้ปกครองจึงพานักเรียนกลับมาเรียนใหม่ และหันมาปรับปรุง พัฒนาหลักสูตรการเรียน การสอน สภาพแวดล้อมในโรงเรียนตลอด และที่สำคัญคือปรับปรุงอาหารกลางวัน”

คุณครูเล่าให้เราฟังว่า การคำนึงถึงสุขภาพของนักเรียนต้องมาก่อนเรื่องอื่น  นักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนเป็นลูกหลานคนยากจนในอำเภอ ไม่ค่อยมีเงิน  แกจึงปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันก่อน โดยใช้เงินค่าอาหารกลางวันของเด็กที่ทางการอุดหนุนคนละ 21 บาท มาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้โรงเรียนมีการเลี้ยงปลา ไก่ เป็ด กบ ปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด เพื่อเป็นอาหารเสริมและลดค่าใช้จ่าย จนสามารถทำให้นักเรียนทั้งหมดได้กินอาหารครบทุกหมู่ อย่างอิ่มหนำ

โรงเรียนมีสระน้ำพื้นที่ 5 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดต่างๆ อาทิ ปลายี่สก ปลาทับทิม ปลาสวาย  ฯลฯ  และนำน้ำไปใช้ในทางการเกษตร บริเวณรอบๆสระมีการปลูกพืชที่มีประโยชน์ เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าวหอม และสวนอนุรักษ์พันธุ์กล้วยของจังหวัดปัตตานี จำนวน 19 สายพันธุ์

นักเรียนตัวน้อยทำหน้าที่เป็นไกด์ พาผู้เขียนเดินไปชมโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่สองร้อยตัว บ่อเลี้ยงปลาดุก ปลาหมอหลายพันตัว แหล่งอาหารโปรตีนสำคัญของนักเรียน เรือนเพาะเห็ด ผักสวนครัวอาทิ ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะละกอ มะนาว คะน้า ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง พริก มะเขือ โดยพืชผักเหล่านี้ใช้ปุ๋ยขี้ไก่จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ และปุ๋ยหมักชีวภาพต่าง ๆที่ทำขึ้นเองมาบำรุงรักษา  โดยแต่ละแห่งจะมีนักเรียนคอยผลัดเวรมารับผิดชอบ

การทำงานของนักเรียนเหล่านี้ช่วยตอกย้ำว่า อาหารกลางวันที่กินได้อิ่มท้อง ส่วนหนึ่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาด้วย

ผู้เขียนแวะมาที่โรงอาหาร เด็กนักเรียนกำลังต่อแถวเข้าคิวรับอาหารกลางวัน และนำมากินที่โต๊ะอาหาร เราเห็นถาดหลุมของเด็กน้อย มีกับข้าวสามอย่าง ทั้งผัดผัก ไข่เจียว ปลาทอด พร้อมของหวานและข้าวสวยเต็มจาน นักเรียนล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

เด็กนักเรียนแห่งนี้ แม้จะเป็นเด็กยากจน แต่รับประกันว่ากินอาหารกลางวันอิ่มแน่ และที่สำคัญคือ ผอ.โรงเรียนบอกว่า

“ทุกคนในโรงเรียนกินอาหารเหมือนกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ  จะมีอาหารให้ทานแบบเท่าเทียมทุกคน ทั้งมื้อเช้า มื้อเที่ยง บางครั้งก็มีอาหารว่าง และมื้อเย็นด้วย รวมถึงผู้ปกครองบางคนที่ไม่มีเงิน ก็สามารถมาทานข้าวกลางวันพร้อมลูกตัวเองได้ ”

ผู้เขียนสังเกตว่า บรรยากาศโรงเรียนดูร่มรื่นย์เป็นธรรมชาติ มีพื้นที่ป่าชุมชนภายในโรงเรียน อนุรักษ์ไว้เป็นสวนพฤกษศาสตร์  มีความหลากหลายของพันธุ์ไม้หลายชนิด

“พวกเราดูแล ปลูกต้นไม้ใหญ่มานาน เพื่อเป็นปอดให้กับทุกคนจนกลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เพราะผมเชื่อว่า ธรรมชาติจะเยียวยาและให้สติปัญญากับเด็กนอกห้องเรียนได้เป็นอย่างดี”

ครูอุดมเชื่อว่า

นักเรียนจะเติบโตมีคุณภาพขึ้นมาได้ หน้าที่ของครูคือสร้างสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กให้ดีก่อน

มีการอนุรักษ์พันธุ์ไม้กันเกราอายุนับ 100 ปี จำนวนหลายสิบต้น อันเกิดจากวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ไม่ทำลายต้นไม้  และสังเกตเห็นว่าสิ่งก่อสร้างในโรงเรียนก็ไม่ทำลายต้นไม้เลย เช่น การสร้างสนามเด็กเล่นในโรงเรียนที่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย

นอกจากนั้น โรงเรียนยังทำหน้าที่บริการชุมชน อาทิ เมื่อชาวบ้านในชุมชนบางคนไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ทางโรงเรียนได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลกับทางกรรมการหมู่บ้าน และอนุญาตให้ชาวบ้านเหล่านั้นมาใช้ที่ดินของโรงเรียนบางส่วนเพื่อปลูกผักสวนครัวเป็นอาหารเลี้ยงภายในครอบครัวได้ ปัจจุบันมีชาวบ้านประมาณสิบคน ที่มาปลูกผักกาดเขียว ผักบุ้ง

ทุกวันนี้โรงเรียนบ้านช่องแมว ได้กลายเป็นโรงเรียนตัวอย่างในวงการศึกษา มีหน่วยงานต่าง ๆ มาดูงานอย่างต่อเนื่อง

ก่อนกลับเราถามครูอุดมว่า ทำไมอาคารเรียนที่นี่จึงทาสีชมพูสด

“เราเลือกใช้สีชมพูสดเพื่อตัดกับความเขียวของต้นไม้รอบโรงเรียน และวาดภาพทุกผนังกำแพง เพื่อสร้างสีสันและจินตนาการให้กับเด็กครับ”

โรงเรียนเล็กๆ ไกลปืนเที่ยง แต่คือตัวอย่างของการปฏิรูปการศึกษาจริง ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s