วิชาตัวเบา เหมาะมากกับยุคโควิด

วิชาตัวเบาที่เขียนถึงนี้

ไม่ใช่วิชาย่องเบา หรือฝึกกำลังภายใน จนสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้

เป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียน หลังจากที่ได้ลาออกจากการทำงานประจำที่ทำมาสามสิบกว่าปี

และน่าจะเป็นการใช้ชีวิตอันสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง และภาวะโรคระบาด Covid-19 ในทุกวันนี้

เมื่อผู้เขียนออกจากงานประจำมาทำงานรับจ้างอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนไปและรู้สึกได้ถึงคำว่า

ตัวเบา

เบากาย เบาใจ และไม่เป็นภาระคนอื่น

1 หลังลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กร รู้สึกว่า เมื่อไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหัวโขนใด ๆ ไม่มีบริวาร เหมือนตอนที่ทำงานประจำ ก็ไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษกับใคร ไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ กลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของเรา และรับรู้ว่าใครเป็นมิตรสหายอันแท้จริง ไม่ได้คบกับเราเพราะตำแหน่งหรืออำนาจที่มีอยู่

2 เมื่อไม่มีตำแหน่งสูง ๆ จึงไม่ต้องมีภาระความรับผิดชอบต่อองค์กรที่ทำงานด้วย ไม่ต้องถูกคาดหวังจากผู้คนในองค์กร ไม่ต้องถูกกดดันจากเจ้าของหรือกรรมการบริษัท ไม่ต้องถูกประเมินผลงาน และไม่ต้องประเมินผลงานใคร และไม่ต้องตกอยู่ในสายตาหรือโฟกัสของผู้คนในองค์กรว่าจะนินทาหรือชื่นชมอะไรบ้าง

3 รู้สึกได้อย่างแท้จริงว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือ การรับผิดชอบต่อตัวเอง ครอบครัว คนใกล้ชิดและสังคมที่เราอยู่ด้วยตามลำดับ  เพราะหากรับผิดชอบตัวเองไม่ได้แล้ว อย่าหวังว่าจะไปรับผิดชอบกับคนอื่น ๆ ได้

4 รู้สึกได้ว่า ต้องทำตัวไม่ให้เป็นภาระกับใครและโลกนี้มากนัก ยิ่งอายุมากขึ้น ต้องหมั่นดูแลตัวเอง โดยเฉพาะสุขภาพของเรา และช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ไม่ให้เป็นภาระกับใคร ๆต้องมาเดือดร้อน เพราะที่ผ่านมาอาจจะเคยชินกับการมีบริวารคอยดูแลจนแทบจะทำอะไรไม่เป็น

5 ตั้งใจเลยว่า จะสะสมสมบัติให้น้อยลงเรื่อย ๆ อาทิ หากซื้อเสื้อผ้าหรือกางเกงใหม่หนึ่งตัว จะบริจาคให้คนอื่นหนึ่งตัว ซื้อรองเท้ามือหนึ่งคู่ จะบริจาคให้คนอื่นหนึ่งคู่ ฯลฯ เพื่อให้ตัวเบา

6 ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งรู้สึกต้องทำให้น้ำหนักลดลงด้วยการวิ่งออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาชนิดอื่น   เพราะเชื่อว่าคนเราจะมีสุขภาพดี ต้องทำให้ตัวเล็กลง ตัวเบา  น้ำหนักพอประมาณ ไม่อ้วนผอมเกินไป เชื่อว่าโรคภัยจะตามหายาก

7 พยายามใช้จ่ายเงินให้น้อยลง คิดให้ละเอียดก่อนจะจับจ่ายใช้สอยอะไร และหากมีเงินเหลือ จะใช้เงินเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว เปิดโลกกว้าง เห็นผู้คนและธรรมชาติอันหลากหลาย คุ้มค่ากว่าการเสียเงินเดินห้างสรรพสินค้าซื้อของที่ไม่ค่อยได้ใช้ มีความสุขกับการเดินทางไปในที่แปลกใหม่ ตื่นเต้น หัวใจสูบฉีดแรงทุกครั้ง 

8 ยิ่งเดินทางไปในโลกกว้าง  ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ยิ่งรู้สึกตัวเบามากขึ้น เพราะยิ่งเห็นอะไรมากมาย ยิ่งรู้ว่าตัวเราเล็กกระจิดริดมาก ยิ่งเดินทางจึงยิ่งรู้สึกว่า ตัวตนของเราลดลงไปเรื่อย ๆ  และเมื่อตัวตนลดลง เราจะรู้สึกตัวเบาขึ้นเรื่อย ๆ

9 เบากายด้วยการกินน้อย ใช้น้อย  ยิ่งมื้อค่ำยิ่งกินน้อย เพราะไม่ค่อยมีประโยชน์กับร่างกาย และยิ่งตัวเบา ยิ่งไม่ค่อยอยากใช้เงินซื้ออะไรมากมาย และที่สำคัญคือ เมื่อกินน้อย ใช้น้อยแล้ว อย่าพยายามก่อหนี้ สร้างหนี้ขึ้นมาใหม่โดยไม่จำเป็น

10 เบาใจด้วยการคิดอะไรให้ชัดเจน ก่อนลงมือจะทำอะไร ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมา สอนให้รู้ว่า ไม่ต้องลงมือทำอะไรมากมาย เพราะหลายครั้งทำอะไรมากมาย แต่มักไม่ค่อยได้ผล เหนื่อยฟรีก็แยะ ดังนั้นก่อนจะลงมือทำอะไร ขอให้เสียเวลากับการคิดอะไรให้ชัดเจน ทั้งเป้าหมายและวิธีการไปถึงเป้าหมาย และเมื่อลงมือทำแล้ว ผลงานนั้นอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เราคิดเสียอีก

วิชาตัวเบา ฝึกไม่ยาก แต่ต้องมีวินัย และฝึกอย่างสม่ำเสมอ

จะสำเร็จวิชานี้หรือไม่จึงขึ้นอยู่ที่แต่ละคนว่าจะเห็นคุณค่าของวิชาตัวเบาเพียงใด

แต่เมื่อฝึกจนบรรลุวิชาตัวเบาได้ระดับหนึ่ง

เมื่อออกไปเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง  เราจะช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: