การไปสู่สรวงสวรรค์ของ Bird of Paradise

DSC_1653_resize_resize

 

“หากเครื่องบินตกระหว่างบินอยู่ใจกลางเกาะนิวกินี

โชคดีก็ขอให้ตายเลย ไม่ต้องทรมาน

เพราะหากรอดชีวิต ก็จะไม่มีเจ้าหน้าที่บุกป่าเข้ามาช่วย

บริเวณกลางเกาะ ยังเป็นดินแดนลึกลับพื้นที่ส่วนมากยังไม่ได้รับการสำรวจ

มนุษย์เข้าไม่ถึง เป็นป่าดงดิบ หนองน้ำ ชุกชุมด้วยโรคภัย

ดงมาลาเรียอันตรายเกินกว่าที่จะมีใครเสี่ยงชีวิตเดินทางเข้าไปช่วยได้”

เรายังจำได้ถึงคำพูดของชาวพื้นเมืองคนหนึ่ง

ช่วงเวลาบนเครื่องบินและมองลงไปเห็นป่าทึบอยู่เบื้องล่าง

นิวกินี เป็นเกาะใหญ่อันดับสองของโลก มีขนาดพื้นที่ 786,000 ตารางกิโลเมตร

รองจากเกาะกรีนแลนด์ ระยะทางไม่ไกล  เพียงแค่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่เดินทางไกลกว่าที่คิด เป็นดินแดนลี้ลับที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

เรานั่งเครื่องบินสามทอดจากเมืองไทย กว่าจะบินเข้ามาในเกาะใหญ่แห่งนี้

แบ่งเป็นสองประเทศ

ฝั่งตะวันตกเป็นจังหวัดปาปัวส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซ๊ย

ฝั่งตะวันออกเป็นประเทศปาปัวนิวกินี

 

การูด้า สายการบินแห่งชาติของอินโดนีเซีย

พาเราร่อนลงจอดโซรง เมืองท่าสำคัญของจังหวัดปาปัว

ชาวปาปัวพื้นเมืองเป็นชาวคริสต์ผิวดำ ผมหยิก

หน้าตาแตกต่างจากคนอินโดนีเซีย ที่เป็นคนเอเชียผิวเหลืองนับถือศาสนาอิสลามโดยสิ้นเชิง

 

เกาะนี้ถูกค้นพบโดยนักเดินเรือชาวสเปนเมื่อประมาณห้าร้อยปีก่อน

ประชากรบนเกาะเป็นชาวเมลานีเซียนมีลักษณะผิวคล้ำ

ผมหยิกเหมือนกับชาวกินีในแอฟริกา

จึงเรียกเกาะนี้ว่า New Guinea

และสันนิษฐานว่าชาวแอฟริกันกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาอยู่บนเกาะนี้

เมื่อประมาณ 60,000 ปีที่ผ่านมา

 

ต่อมาพวกเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีได้ยึดครองเกาะนี้

เช่นเดียวกับอินโดนีเซียในช่วงชาวยุโรปเข้ามายึดครอง และขยายอาณานิคมไปทั่วโลก

พอเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาะนี้ถูกญี่ปุ่นยึดครอง

 

เมื่อสงครามโลกครั้ง่ที่ 2 ได้สิ้นสุดลง เกาะนิวกินีอยู่ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ

จากการแทรกแซงของอเมริกา เพื่อป้องกันคอมมิวนิสต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และความอุดมสมบูรณ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าไม้และแร่ธาตุ

อินโดนีเซียยังมีแผนการจะขยายประชากรไปยังเกาะนี้

ด้วยทำให้อินโดนีเซียเข้าครอบครองซีกตะวันตกของเกาะ

ตั้งชื่อเป็นจังหวัดอิเรียน จายา ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น จังหวัดปาปัว

ส่วนฝั่งตะวันออกได้เอกราชเป็นประเทศปาปัวนิวกินีในปีพ.ศ. 2518

 

เกาะนิวกินีเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มีนกมากกว่า 650 ชนิด แมลง 200,000 ชนิด พืชกว่า 20,000  ชนิด

เป็นเขตที่มีวัฒนธรรมและภาษาหลากหลายที่สุดในโลกเช่นกัน

เนื่องจากมีชนเผ่าพันกว่าชนเผ่าที่มีภาษาพูดเป็นของตัวเอง

นักภาษาศาสตร์บันทึกภาษาได้กว่าพันภาษา

โดยครึ่งหนึ่งของภาษาเหล่านั้นมีผู้พูดไม่ถึงหนึ่งพันคน

แม้กระทั่งบางหมู่บ้านที่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตรก็มีภาษาที่ต่างกันแล้ว

 

แต่ดูเหมือนคนภายนอกจะรู้จักเกาะนิวกินีอยู่สองเรื่อง

และโด่งดังไปทั่วโลก

เรื่องแรกคือ เป็นเผ่ามนุษย์กินคน

คือหากเผ่าใดทำศึกรบชนะศัตรู หรือจับคนแปลกหน้าได้

จะนำมากินเป็นอาหาร เคยมีตำนานเล่าว่า

สมัยที่พวกมิชชั่นนารีมาเผยแพร่คริสต์ศาสนาบนเกาะแห่งนี้

ได้ถูกพวกชนพื้นเมืองจับและเอาหม้อดินใบยักษ์ต้มน้ำเดือด

และแล่เนื้อนุษย์เหล่านี้เป็นชิ้น ๆ ลงไปต้มกับผัก เผือก มัน

เคี่ยวให้เนื้อนุ่ม ปรุงรสก่อนจะมาแจกจ่ายกินกันทั้งเผ่า

สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในเวลานั้น

แต่สุดท้ายพวกมิชชันนารีกลับกลืนกินมนุษย์กินคนเสียเอง

เพราะปัจจุบันชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนความเชื่อกลายเป็นชาวคริสต์ไปแล้ว

 

เรื่องที่สองคือเกาะแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของนกที่กล่าวกันว่า

สวยงดงามและหายากที่สุดในโลกคือ bird of paradise

หรือนกปักษาสวรรค์และทั่วโลกส่วนใหญ่มีเฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น

 

แน่นอนว่าการเดินทางมาบนเกาะนิวกินี

คงไม่ได้มาตามหามนุษย์กินคน ที่หมดไปนานแล้วแต่มาตามหานกสีสวย

เริงร่าเต้นระบำตอนเกี้ยวพาราสี

และมีตำนานกล่าวขวัญไม่รู้สิ้น

 

ตีสามของวันรุ่งขึ้น เราตื่นขึ้นมากลางที่พักในป่าดิบ

เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปซุ่มดูนกในตำนาน

รถปิกอัพขับเคลื่อนสี่ล้อแหวกเข้าไปในทางขรุขระในป่าดงดิบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถจอดบนไหล่ทาง

ไกด์พื้นเมืองพาเราเดินเท้าบุกป่าในความมืดมิดมาให้ถึงบังไพรเพื่อซุ่มดูนก

ก่อนอรุณรุ่งจะมาเยือน

 

เราเข้าไปแอบบนกระโจมผ้าใบปกคลุมด้วยไม้ไผ่และกิ่งไม้หนา

รอเวลาฟ้าสางด้วยความเงียบ

สักพักยุงที่ไม่ได้รับเชิญจำนวนมากก็ส่งเสียงหึ่ง ๆ มาหาเลือดของสิ่งมีชีวิต

เกาะนิวกินีขึ้นชื่อว่าเป็นดงมาลาเรียสายพันธุ์รักษายาก

เรานั่งภาวนาว่าขอให้รอดจากการเป็นไข้ป่าครั้งนี้ด้วยเถิด

DSC_0826_exposure_resize

นั่งรอพักใหญ่ ๆ เสียงนกแหวกอากาศดังขึ้นมา

คนนำทางชี้ไปบนยอดไม้ให้ดูเจ้าของเสียงนก

ปักษาสวรรค์เล็ก หรือ  Lesser Bird of Paradise ขนาดประมาณ 30 ซม.

ตัวผู้ปรากฎขึ้นส่งเสียงร้องหาตัวเมีย เรามองผ่านเลนส์กล้อง สีสวย

ลำตัวสีน้ำตาลสลับแดงเลือดหมูหลังส่วนบนสีเหลือง

กระหม่อมสีเหลือง ตัวผู้มีคอสีเขียวมรกต

มีขนหางคู่ยาวประดับด้วยชุดขนด้านข้างสีเหลืองเข้ม

และค่อยๆจางออกไปข้างนอกจนเป็นสีขาว

สักพักเราเห็นตัวเมียสีเหลือดหมู หัวสีน้ำตาลเข้ม

ลำตัวส่วนล่างสีขาว เห็นเด่นชัดขึ้น ตามแสงเช้าที่เริ่มสว่างขึ้นตามลำดับ

 

การเกี้ยวพาราสีของสัตว์โลกชนิดนี้ก็เริ่มต้น

ตัวผู้จะเต้นระบำรอบ ๆตัวเมีย

สลับกับการกระพือปีกตวัดขนหางเหยียดยาวเป็นเส้นโค้ง

ฟูและพริ้วไปกับสายลม

โดยเฉพาะในเวลาที่มันเกาะห้อยหัวเพื่อแผ่ขนที่สีข้างออกอวดนกตัวเมีย

เป็นภาพที่น่าดูยิ่งนัก

เค้าจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นนกที่สวยที่สุดในโลก

เพื่อดึงดูดตัวเมียให้สนใจเพศตรงข้าม และเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องตาต้องใจกันและกัน

การผสมพันธุ์ก็จะเริ่มต้นทันที ช่วงเวลาสั้น ๆ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่เราเห็นพฤติกรรมของนกหายากชนิดนี้…ฟินสุด ๆ

 

แต่ที่น่าสนใจคือ นกปักษาสวรรค์มีวิวัฒนาการมากว่า 24 ล้านปี

กว่าจะมีความสวยสดงดงามแบบนี้ โดยมีญาติที่ใกล้ชิดมากที่สุดคือ อีกา

สีสันตรงข้ามกับนกสวรรค์โดยสิ้นเชิง

 

เล่ากันว่า เมื่อชาวพื้นเมืองจับนกปักษาสวรรค์ได้

จะตัดขาทิ้งเห็นแต่หัวและตัว ก่อนนำมาส่งขายให้กับชาวยุโรป

ขณะนั้นยังไม่มีใครเคยเห็นนกปักษาสวรรค์ตอนมีชีวิต

จึงร่ำลือกันว่านกชนิดนี้ไม่มีขา

บินลงมาจากสรวงสวรรค์เป็นที่มาของคำว่า Bird of Paradise

 

ในโลกนี้มี ประมาณ 40 ชนิด กระจายอยู่ในป่าดิบเกาะนิวกินี

และบางส่วนของออสเตรเลียเท่านั้น

แต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสัตว์ที่ถูกล่าจนใกล้สูญพันธุ์มาโดยตลอด

เพราะความสวยสดงดงามของปีกนกชนิดนี้

ทำให้มันเป็นสินค้ามีค่ามากว่าสองพันปี

 

ครั้งหนึ่งเมื่อกองเรือของเฟอร์ดินันท์ แมกเจลเลน นักสำรวจนำซากนกชนิดนี้กลับไปสเปน

โลกจึงรู้จักความสวยงามของนกชนิดนี้

ขนนกกลายเป็นเครื่องประดับของชาวยุโรปชั้นสูง

มีการส่งออกนกปักษาสวรรค์ถึงปีละ 80,000  ตัวตั้งแต่ศตวรรษที่ 19-20

ก่อนที่จะมีการออกกฎหมายห้ามการล่านกเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์

จนถึงปัจจุบัน Bird of Paradise   จึงเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล

 

ตลอดสิบกว่าวันบนเกาะนิวกินี เราออกเดินบุกป่าดิบลุ่มต่

ำ ขึ้นเขาลุยป่าดิบเขา ตามหานกจากสรวงสวรรค์ได้ห้าหกชนิด

เป็นความยากลำบากและเหนื่อยล้าอันคุ้มค่า

แม้ว่าหลายชนิดเห็นได้ไกล ๆ บนยอดไม้สูง

 

แต่พอขากลับเข้าเมือง ระหว่างทางตามท้องถนน

เห็นนายพรานพื้นเมืองเอานก Lesser Bird of Paradise

มาห้อยต่องแต่งวางขายข้างถนน

 

เราจอดรถทำทีเป็นนักท่องเที่ยว ไปสอบถามราคา

คนขายใส่เสื้อยืดสกรีนคำว่า ตำรวจ บอกว่า

หากเป็นแบบสตัฟ ราคาตัวละ 1 ล้าน รูเปี๊ยซ ประมาณสามพันกว่าบาท

แต่หากจะเอาตัวเป็นๆ ยังมีชีวิตสามารถหาให้ได้ราคา ตัวละ 10ล้านรูเปี๊ยซ หรือ 30,000  บาท

 

เราถามผ่านล่ามไปว่า ปีหนึ่งนายพรานล่าได้ประมาณกี่ตัว

คำตอบคือ 50 ตัว

ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า

บนเกาะใหญ่ มีนายพรานอาสาล่าปักษาสวรรค์กี่คน

ไม่มีตัวเลยระบุว่าปีหนึ่งนกชนิดนี้ถูกล่าไปกี่ร้อยกี่พันตัว

แต่ค่านิยมคนมีเงินของอินโดก็ยังนิยมเอานกชนิดนี้ประดับบารมีไม่ต่างจากเขาสัตว์

ไม่รวมถึงสวนสัตว์และคนมีเงินทั่วโลกด้วย ที่ยังนิยมนกชนิดนี้มาประดับ

แม้ว่าจะมีกฎหมายห้าม

อีกไม่นาน bird of paradise บนผืนโลก

คงลาจากมนุษย์ไปสู่สรวงสวรรค์ตามชื่อของมัน

DSC_4076.1_resize_exposure_resize

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: