ความเงียบของรัฐบาล กับหมอกควันพิษเชียงใหม่อันดับหนึ่งของโลก

90189836_10157089553932361_6219402056684273664_n

 

สถานการณ์หมอกควันพิษในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ติดอันดับหนึ่งของโลกมาหลายวันแล้ว

ดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศเชียงใหม่ใกล้ทะลุ. 300

ขณะที่หลายจังหวัดในภาคเหนือกำลังทะลุ400 แล้ว

บางพื้นที่ในจังหวัด ค่า PM 2.5 สูงทะลุ 500 จุด มากกว่าระดับปรกติถึง 100 เท่า

คุณภาพอากาศทุกอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ เลวร้ายที่สุดในโลก

แพทย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ค่าฝุ่น p.m.2.5

ได้คร่าชีวิตของคนในอัตราที่เพิ่มขึ้นถึง 1.6% ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์

ประชาชนที่เชียงดาวเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3.5% ในขณะที่ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลได้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 15%

เราไม่รู้หรอกว่า จะมีคนป่วยตายอีกเท่าไหร่จากเหตุการณ์ครั้งนี้

หากเป็นประเทศอื่นในโลกนี้ หลายจังหวัดจะถูกประกาศเป็นจังหวัดภัยพิบัติ หรือประกาศภาวะฉุกเฉิน

รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนให้ทุกคนในเมืองเตรียมตัวรับสถานการณ์อันเลวร้ายอย่างไร

จะมีการออกมาตรการ ข้อกำหนดต่าง ๆ และรับมือกับภัยพิบัติอย่างละเอียด เป็นขั้นตอน

อาทิ การแจกหน้ากากกันพิษ การหยุดการเรียนการสอน และการเอาจริงเอาจัง เข้มข้นกับการดับไฟป่า

 

แต่ทุกวันนี้ นอกจากความขุ่นมัวของท้องฟ้า และทัศนวิสัยอันปกคลุมด้วยหมอกควันพิษแล้ว

มีแต่ความเงียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รัฐบาลและผู้มีอำนาจ ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า ไปตรวจเยี่ยม แจกสิ่งของ ให้นโยบาย

แล้วบินกลับไปอยู่ห้องแอร์ที่กรุงเทพฯต่อไป

ราวกับเป็นงานประจำที่ทำทุกวัน ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอะไร

ซ้ำร้ายผู้ว่าราชการบางจังหวัดบอกว่า ไม่ประกาศเป็นจังหวัดภัยพิบัติ เพราะยังไม่หายนะจริง

 

 

ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยต้องออกมาดับไฟป่าอย่างหนักหน่วง

ปล่อยให้ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเอง ราวกับว่าไม่มีรัฐบาล

ไม่มีผู้นำคนไหน ออกมาร่วมทุกข์ร่วมสุข หรือดับไฟกับชาวบ้านหรือเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย

หลายคนเริ่มสงสัยว่า เสียภาษีไปทำไม

 

เพราะหากย้อนเวลากลับไปหลายเดือนก่อน

หากรัฐบาลมีมาตรการระยะยาว ระยะสั้นในการจัดการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาไฟป่าอย่างจริงจัง

คุณภาพอากาศคงจะไม่เลวร้ายเท่าตอนนี้ อันได้แก่

ปัญหาการเผาพืชไร่ โดยเฉพาะข้าวโพด หลังการเก็บเกี่ยว เพราะทุกวันนี้

เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่การเกษตรมาส่งเสริมให้คนปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อการส่งออก

พื้นที่เกษตรและการบุกรุกป่าเพื่อปลูกข้าวโพดได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยะสำคัญ

ทุกวันนี้พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั่วประเทศมีประมาณ 7 ล้านไร่ และอยู่ในภาคเหนือถึง 4.5 ล้านไร่

แน่นอนว่าหลังฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ การเผาพืชไร่ของชาวไร่ เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกต่อไป

จึงยังทำกันสม่ำเสมอ

เพราะชาวไร่ไม่มีวิธีอื่น  แม้ว่าจะมีการออกประกาศห้ามเผา แต่ในทางปฏิบัติ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นอกจากเผาพืชไร่ในพื้นที่ของตัวเองแล้ว ยังลุกลามเข้าไปในป่าที่ติดกันอีก เป็นปัญหาใหญ่

เพราะการดับไฟป่ายากลำบากมาก  ไม่รวมถึงการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด

และถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็จุดไฟเผา ลุกลามเป็นไฟป่า

ปัญหาหมอกควันพิษที่ลอยมาจากการเผาซากไร่ประเทศเพื่อนบ้านหลายล้านไร่ จากนโยบายส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเพื่อนำมาทำอาหารสัตว์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมการเกษตร

S__22470738

อีกสาเหตุหนึ่ง เกิดขึ้นไม่นาน คือ กลุ่มนายทุนจากตัวเมือง ที่ว่าจ้างชาวบ้าน

ชาวเขาที่อาศัยใกล้ป่าหลายแห่ง ให้เลี้ยงฝูงวัวควายหากินในป่า และพอเข้าหน้าแล้ง

ก็จุดไฟเผาป่า หวังจะเกิดหญ้าระบัด ให้วัวควายได้กิน กลายเป็นสาเหตุสำคัญ

เพราะเป็นการตั้งใจจุดไฟเผาป่า จนกลายเป็นไฟลามไปทั้งป่า

 

แต่การสร้างกลไกในการดับไฟป่า

จำเป็นต้องได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน

ตั้งแต่ส่วนราชการด้วยกันเอง ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไปจนถึง ภาคเอกชน

ชาวบ้านอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งในความเป็นจริงยังเกิดขึ้นน้อยมาก

 

ซ้ำร้ายกับสภาพอากาศแปรปรวนจากปัญหาโลกร้อน ทำให้ช่วงเวลานี้ อากาศเย็นยังปกคลุมบางพื้นที่

มีความกดอากาศสูงปกคลุม ทำให้เกิดสภาพอากาศนิ่งกดทับหมอกควันที่ลอยเหนือเชียงใหม่

 

ดังนั้น การเตรียมตัวรับมือกับปัญหาหมอกควันพิษจึงต้องเป็นการวางแผนระดับชาติ

ต้องมีการเตรียมการเป็นอย่างดี

รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาทั้งภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ

รวมถึงความร่วมมือระดับอาเซียนในการแก้ปัญหาหมอกควันพิษอย่างจริงจัง

 

อย่าลืมว่า ความเงียบของชาวเชียงใหม่ มันเป็นความทุกข์ทรมาน ที่รอวันระเบิดออกมา

เพื่อเรียกร้องการหายใจอากาศบริสุทธิ์ อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ทุกคน

หรือว่า ความสิ้นหวังหน้าตาเป็นอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

One Comment on “ความเงียบของรัฐบาล กับหมอกควันพิษเชียงใหม่อันดับหนึ่งของโลก

  1. After l᧐oking at a few of the blog posts ⲟn youг site, I honestly like your way of blogging.
    I saved it to my bookmark webpage list and will be
    checking back in the near future. Please check out my webѕite as well and let me
    know уour opinion.

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: